บทที่ 5 ความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย 5 ประการ

ความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย

แนวคิดระหว่างคนจนและคนรวย

ก่อนที่จะพูดถึงความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวยนั้น ขอทำความเข้าใจกับคำศัพท์ทางการเงินกันก่อนนะครับ เพราะในหนังสือเล่มนี้ จะได้พูดถึงบ่อยมาก

  • รายได้ – เป็นรายได้ทุกรูปแบบที่คุณหามาได้ ไม่ว่าจะเป็นจาก งานประจำ จากการขายสินค้า จากการทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งรายได้อื่นๆ ที่ได้จากอาชีพเสริม
  • รายจ่าย – เป็นเงินที่คุณต้องจ่ายออกไปในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายเพื่อซื้อสินค้าไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน จ่ายค่ารถ จ่ายค่าบ้าน ฯลฯ
  • ทรัพย์สิน – เป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้กับคุณ ทรัพย์สินก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ อาจจะเป็นรูปแบบของธุรกิจ หรือรูปแบบของการลงทุน เช่น ลงทุนในหุ้น ลงทุนในกองทุนรวม ที่ได้ผลตอบแทนมาในรูปแบบของเงินปันผล หรือมูลค่าของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อต้องขายเปลี่ยนมือ เป็นต้น
  • หนี้สิน – คือสิ่งที่คุณมีพันธะจะต้องชดใช้ไม่ว่าจะเป็นเงินสด สินค้า หรือบริการ หรือสิ่งมีค่าอื่นใดก็ตาม กล่าวโดยรวมแล้ว สิ่งนั้นไม่ได้เพิ่มคุณค่า หรือบางครั้งอาจคิดว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามีราคา แต่ท้ายที่สุดแล้วสามารถเสื่อมค่าได้ เช่น การซื้อรถยนต์เพื่อใช้เป็นพาหนะหรือการซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย

หรือแม้กระทั่งการซื้อโทรศัพท์มือถือดีๆ สิ่งเหล่านี้จะมีค่ามากในตอนที่คุณซื้อ แต่หลังจากนั้นคุณค่ามันจะค่อยๆ ลดลง และคุณเองยังต้องมีรายจ่ายกับหนี้สินเหล่านี้ในภายหลัง เช่น ต้องเติมน้ำมัน และซ่อมบำรุง เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย 5 ประการ

1. คนรวยชอบเก็บออมและลงทุนต่อยอด ในขณะที่คนจนมีแต่ใช้จ่ายอย่างเดียว และมีข้ออ้างในการออมเงินเสมอ

คนรวยชอบเก็บออมและลงทุนต่อยอด

จากข้อแรกนี้เอง ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยมีมากขึ้นทุกวันๆ เพราะว่านิสัยการใช้เงินมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

คนรวย

สำหรับคนรวยแล้วเมื่อได้เงินมา เขาจะเห็นคุณค่าของเงินก่อนเลย อย่างน้อยสิ่งที่เขาจะทำสำหรับเงินที่ได้มานั้นคือ มีการเก็บออมไว้อย่างน้อย 10% ของรายได้ เพื่อการออมและการลงทุนครับ คนรวยคงไม่ได้ออมแบบรักษาเงินไว้ในบัญชีเพียงอย่างเดียวแน่นอน เพราะว่าดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำ หรือฝากแบบออมทรัพย์นั้นเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเปรียบเทียบกับการเก็บออมในสินทรัพย์รูปแบบอื่น เช่น เก็บออมในหุ้นหรือเก็บออมในกองทุนรวมซึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า และเป็นการสะสมมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกเดือนๆ

คนรวยยังมีการเก็บออมเงินไว้เพื่อเป็นการลงทุนในรูปแบบธุรกิจที่เขามีความถนัด หรือที่มองเห็นแล้วว่ามีกำไรชัดเจน อาจจะเป็นธุรกิจอะไรก็ได้ที่ตัวเองมีความเชี่ยวชาญ หรือมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ที่สามารถก่อให้เกิดกำไรได้ในที่สุด เมื่อธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี ก็เกิดเป็นกำไร แล้วนำกำไรที่ได้มาลงทุนและต่อยอดทำธุรกิจต่อ เพิ่มช่องทางที่มาของรายได้อย่างไม่รู้จบ

คนจน

สำหรับคนจนแล้ว มักจะเห็นคุณค่าของรายได้ที่เข้ามานั้นน้อยเกินไป ทำให้ไม่ชอบเก็บออม

ส่วนใหญ่แล้วคนจนจะมีรายได้ที่จำกัด หรือมีรายได้เพียงแหล่งเดียว เช่น จากงานประจำ ในเมื่อได้รับเงินเดือนมาและพอเหลือเก็บอยู่บ้าง แทนที่จะนำส่วนที่เหลือนั้นไปเก็บออม กลับนำไปซื้อหนี้สิน ที่เขาคิดว่าเป็นทรัพย์สิน เช่น นำเงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตามให้ทันกับกระแส ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ก็มือถือเดิมก็ใช้ได้ดีอยู่ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการใช้งานสื่อสารแต่อย่างใด

การเปรียบเทียบคนรวยกับคนจน

กรณีต่อมา คนจนหลายคนไม่ได้วางแผนในเรื่องของการเงินเลย หลายคนชอบเสี่ยงโชค เป็นคนกล้าเสี่ยงแบบสุดๆ เช่น นำเงินไปซื้อลอตเตอรี่ หรือไปซื้อหวยใต้ดิน ที่น่าแปลกใจก็คือ ผมไม่เข้าใจว่าทำไม เขาถึงมีเงินซื้อได้ทุกเดือน อย่าว่าแต่ทุกเดือนเลยครับ แทบจะซื้อได้เดือนละ 2 ครั้ง โดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ บางคนใช้เงินส่วนนี้ไปลงทุนกับหวยไม่ต่ำกว่าเดือนละ   2-3 พันบาท และที่น่าเสียดายก็คือ ผลตอบแทนที่ได้แทบจะสูญเปล่า

คุณรู้ไหมครับว่า โอกาสถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีแค่ 0.0001% เท่านั้น ไม่ต้องตอบผมนะครับ …ว่าใครรวย!!

เมื่อนำรายได้ที่หามาได้ ไปใช้จ่ายกับสิ่งฟุ่มเฟือยจนหมด คำถามของผมก็คือว่า คุณจะเอาเงินส่วนไหนไปเก็บออม หรือไปลงทุน เพื่อก่อให้เกิดสินทรัพย์ที่จะนำมาซึ่งรายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ด้วยนิสัยการใช้เงินแบบนี้ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้นทุกวันๆ ระหว่างคนจนและคนรวย

ดังนั้น สิ่งที่ทำให้คุณแตกต่าง คงไม่ได้เริ่มจากเงินที่คุณมีครับ แต่มันเริ่มจากแนวคิดการใช้เงินที่คุณมีต่างหาก

2. คนรวยชอบลงทุนในความรู้ ในขณะที่คนจนชอบซื้อความสบาย

คนรวยชอบลงทุน คนจบชอบความสะบาย

คำกล่าวที่ว่า “มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน” ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริงครับ การรู้วิธีการที่ถูกต้อง และการวางแผนที่ดี จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงลงไป เช่นเดียวกับทหารครับ ที่ทำไมกองทัพต้องฝึกทหารใหม่ก่อน ทำไมต้องฝึกใช้อาวุธ การใช้ระเบิด การโผ และฝึกการใช้แผนที่ เหตุผลเดียวครับ นั่นก็เพราะว่าเพื่อให้มีความรู้เตรียมพร้อมออกรบ เวลาออกไปรบกับข้าศึกจะได้ใช้เป็น ลองคิดภาพตามนะครับ หากเราปล่อยให้ทหารใหม่ที่ยังไม่ผ่านการฝึกเหล่านี้ถืออาวุธครบมือพร้อมกับระเบิดแล้ววิ่งไปรบกับข้าศึกจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่ายังไม่ได้ทำอะไรก็คงจะถูกยิงตายเสียแล้ว

การฝึกหาความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการลงทุน การก่อร่างสร้างธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเตรียมตัวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้มีความสำคัญมากพอๆ กับการลงมือทำ

ดังนั้น คนรวยจึงเห็นความสำคัญของการศึกษามาก พ่อแม่ของคนรวยยอมจ่ายเงินปีละจำนวนมากเพื่อส่งเสียลูกหลานให้ได้เรียนในสถาบันดีๆ ไปเรียนในต่างประเทศเพื่อให้ติดปีกความรู้ทั้งเรื่องของภาษาและความรู้เฉพาะทาง

ในชีวิตประจำวัน คนรวยยอมเสียเวลาและยอมเสียเงินเพื่อไปซื้อหนังสือดีๆ สักเล่มอ่าน ยอมเสียเวลาเพื่อหาโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อที่จะได้เรียนวิชาความรู้กับอาจารย์ที่เก่งๆ เพื่อจะมีโอกาสประสบความสำเร็จดังเช่นพวกเขาเหล่านั้นบ้าง

ความพร้อมของการศึกษาไทยมีมากอยู่แล้ว สถาบันต่างๆ เปิดกว้างให้คนที่รักการเรียนเข้าไปพิสูจน์ตัวเอง พัฒนาตัวเอง ลองเปลี่ยนที่ความคิดครับ ว่าทำไมเราจะพัฒนาตัวเองไม่ได้ *ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน จากคนที่มีต้นทุนในชีวิตน้อยมาก ต้องปั่นจักรยานไปโรงเรียน ชีวิต วัยเรียนลำบากทุกอย่าง แต่ด้วยความใฝ่เรียนรู้ ก็สามารถนำพาชีวิตประสบความสำเร็จในเวทีนานาชาติได้เช่นกัน

ผมจะไม่พูดถึงเรื่องการศึกษาในระบบมากนัก แต่ผมจะพูดถึงนิสัยในชีวิตประจำวันมากกว่า ถ้าหากวันนี้คุณมีเงิน 300 บาท ระหว่างจะนำไปซื้อหนังสืออ่าน กับไปดูหนังกับเพื่อน คนจนมักจะเลือกข้อที่ 2 ใช่ไหมครับ

เมื่อคุณไม่กล้าลงทุนในความรู้เลย โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จก็คงเป็นไปได้ยาก

            *ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในอดีตเคยทำหน้าที่สำคัญต่างๆ มากมายโดยเฉพาะเรื่องนโยบายต่างประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2540-2544 ในฐานะรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ไทยได้มีบทบาทสำคัญในเวทีระดับโลกทั้งในเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอินโดนีเซียกับติมอร์-เลสเตที่บานปลายจนเป็นสงคราม รวมถึงเป็นผู้ผลักดันให้ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นผู้อำนวยการใหญ่ WTO

หากวันนี้คุณต้องการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพื่อจะกลายเป็นคนรวยในอนาคต คุณควรที่จะกล้าลงทุนเพื่อสร้างความรู้ให้กับตัวเองให้ได้ อย่างน้อยหนังสือเล่มนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นหนึ่งในนั้น

เพราะหากคุณไม่ต้องการเปลี่ยนชีวิต คุณคงไม่น่าจะอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

3. คนรวยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีความฝันที่ยิ่งใหญ่

คนรวยมีเป้าหมายที่ชัดเจน

สิ่งที่เป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน คงเป็นการตั้งเป้าหมายไปพร้อมๆ กับวางแผนการลงมือระหว่างทาง เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้า เพราะลำพังการตั้งเป้าหมายนั้นก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว หากจะต้องมาวางแผนการลงมือทำระหว่างทางอีก ยิ่งยากไปกันใหญ่

คนที่รู้เยอะกว่า ย่อมมีโอกาสมากกว่าที่จะเห็นภาพของความสำเร็จ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันในเรื่องของผลลัพธ์ ด้วยความที่ลงทุนในเรื่องของความรู้น้อย ภาพแห่งความสำเร็จที่ตัวเองมองเห็นก็อาจจะน้อยตามไปด้วย ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเองได้แล้วว่า จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณคืออะไร เมื่อมีความเข้าใจในตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว ต้องกล้าที่จะตั้งเป้าหมายเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จ

ผลลัพธ์ของการกระทำนั้น เริ่มจากการมีเป้าหมาย ทุกๆ องค์กรที่ประสบความสำเร็จล้วนแต่มีวิสัยทัศน์ทั้งนั้น วิสัยทัศน์ที่ว่านี้เป็นการจินตนาการลงไปว่า ในอนาคตนั้นองค์กรจะปรากฏให้เห็นในสายตาของผู้อื่นแบบใด เป็นภาพฝันที่องค์กรนั้นต้องการเป็นในอนาคต เมื่อมีภาพฝันที่ชัดเจนแล้ว ก็จะแบ่งเป้าหมายออกเป็น เป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ท้ายที่สุดเมื่อได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็จะได้แผนงานหรือโครงการอันจะเป็นการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้และนำไปสู่ภาพที่ฝันไว้ในที่สุด

คนรวยก็เช่นเดียวกันครับ ก่อนจะเริ่มธุรกิจ หรือจะลงทุนอะไรสักอย่าง  สิ่งที่เขาคิดก่อนเลยก็คือ เป้าหมายครับ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนในวันนี้ จะนำไปสู่แนวทางในการทํางานที่มีประสิทธิภาพ อันนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต จุดไหนที่ตัวเองขาด เมื่อวิเคราะห์แล้วว่าไม่สามารถทำได้ ก็หาวิธีอุดรูรั่วดังกล่าว หรือหาแนวทางในการแก้ปัญหาแบบนั้นตั้งแต่เริ่มต้น หรือพูดง่ายๆ คือ พวกเขาจะรู้ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน จะสำเร็จหรือล้มเหลวตั้งแต่อยู่ในกระดาษนั่นเอง เมื่อรู้เขารู้เราแล้ว โอกาสชนะย่อมมีมาก

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ควรมองมาที่ตัวเองแล้วกลับมาคิดได้แล้วว่า บ้านที่อยากได้ รถที่อยากมี เงินในบัญชีที่ต้องการ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ คุณต้องการมันมากแค่ไหน อิสรภาพทางด้านเวลาและการใช้ชีวิตของคุณต้องการให้เป็นแบบไหน นี่คือภาพฝันครับ ระบุออกมาเป็นตัวเลขให้ชัดเจนพร้อมกำกับด้วยเวลา หากวันนี้คุณมีความฝันที่ชัดเจนและยิ่งใหญ่พอ คุณจะมีวิธีการหรือแผนงานอันจะนำไปสู่เป้าหมายเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงได้

หากต้องการเป็นคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน การคิดเล็กไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ การคิดที่ใหญ่และแตกต่างจากคนอื่นต่างหาก ที่จะนำพาผลลัพธ์ที่แตกต่างจากคนอื่นมาให้คุณ

4. คนรวยกล้าเสี่ยง ขณะที่คนจนชอบความปลอดภัยและความสบาย

คนรวยกล้าเสี่ยง

มาถึงข้อนี้จะเป็นข้อที่มองเห็นได้ชัดเจนมาก คนจนชอบความสบายและความปลอดภัยจริงหรือ? แล้วคนรวยกล้าเสี่ยงจริงหรือไม่? เป็นคำถามที่น่าคิดครับ

ในแวดวงการเงินการลงทุน  ผมมักจะได้ยินคำว่า  “High Risk High Return” แปลตรงตัวได้ว่า ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมาก ยิ่งได้ผลตอบแทนที่สูงตาม

แต่คำๆ นี้ ใช้ไม่ได้ทุกสถานการณ์เสมอไป ทำไมหรือ? เพราะ High Risk High Return นั้นอาจจะหมายถึงคนที่ชอบความเสี่ยงโดยที่ไม่มีความรู้ก็เป็นได้ โดยที่ไม่มีแผนงานที่ชัดเจน ส่งผลให้ไม่ประสบความสำเร็จ เห็นได้จากการที่เราซื้อหวยบ่อยมากแต่ผลตอบแทนเท่ากับศูนย์ เป็นต้น

ต่อมาผมก็ได้ยินคำว่า High Knowledge High Return” ซึ่งแปล  ตรงตัวได้ว่า มีความรู้มาก ยิ่งได้ผลตอบแทนที่มากตาม  ผมก็ยังมีความรู้สึกงงๆ กับคำพูดนี้อยู่เหมือนกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนที่รู้มาก มีทฤษฏีอยู่ในหัวเต็มไปหมด แต่เวลาลงทุนทำอะไรสักอย่างแล้ว ก็อาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ก็ได้

ท้ายที่สุด ผมได้ยินคำพูดจากโค้ชการเงินท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยชื่อของท่านในที่นี้นะครับ คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ ผู้แปลหนังสือพ่อรวยสอนลูก และเป็นคนที่สอนเรื่องการเงิน การแก้ปัญหาหนี้ และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ ท่านได้พูดไว้อย่างน่าสนใจครับว่า เราจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีคำว่า High Understanding High Return” คือยิ่งมีความเข้าใจในอะไรสักอย่างอย่างลึกซึ้ง โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็ย่อมมีมากขึ้นตาม ผมชอบมากครับคำนี้เป็นคำที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง หากใครมีเวลาผมแนะนำให้ไปหาหนังสือของท่านมาอ่านนะครับ และท่านยังเปิดคอร์สการเงินการลงทุนบ่อยๆ อีกทั้งยังมี Facebook Live เพื่อแชร์ความรู้และประสบการณ์ด้วย หรือหากไม่มีเวลาจริงๆ ก็ลองหาคลิปวีดีโอจาก YouTube  ก็ได้ครับ รับรองว่าคุณจะได้ความรู้จากคนที่รู้จริง

แล้วทำไมคนรวยกล้าเสี่ยง ในขณะที่คนจนไม่กล้าเสี่ยง?

เมื่อย้อนกลับไปที่เรื่องของการเตรียมตัวเอง การลงทุนในความรู้ การลงทุนในการศึกษา เพื่อให้ตัวเองนั้นได้มีความรู้อย่างลึกซึ้ง จนมีความเข้าใจพร้อมที่จะวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้ในที่สุด คนรวยเป็นคนที่กล้าเสี่ยงครับ กล้าเสี่ยงเพราะมีเป้าหมาย มีแผนงานและวิธีการว่าจะต้องเดินต่อไปอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ในทางตรงกันข้าม คนจนมักจะมองข้ามการลงทุนหาความรู้ เมื่อคลิกดูคลิปวีดีโอผ่าน YouTube ก็มักจะเลือกฟังเพลง ดูหนังเรื่องโปรด หรือดารา ศิลปินที่ชื่นชอบ เมื่อคุณไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการศึกษาหาความรู้เลย จึงไม่แปลกครับที่จะไม่กล้าเสี่ยง

จะเห็นได้ว่าคน ส่วนใหญ่ของประเทศนี้เป็นคนที่ชอบความปลอดภัยสูงมาก ชอบอยู่ใน Comfort Zone (โซนปลอดภัย) อยู่ในโหมดไม่กล้าเปลี่ยนแปลงอะไร คิดดูนะครับ คุณใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 3 ขวบ มุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนถึงอย่างน้อยระดับปริญญาตรี ใช้เวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 15 ปี เพื่อจะได้ใบประกาศสักแผ่น คุณไม่ชอบความเสี่ยงครับ ไปทำกิจการตัวเองมันยาก ไปหางานทำดีกว่า เสี่ยงน้อยกว่าเยอะ ผลตอบแทนจึงได้ตามความเสี่ยงที่มี จบปริญญาตรีจึงยินดีรับเงินเดือนที่ 15,000 บาท

ในวันที่ผมได้ทำงานที่แรก เงินเดือนของผมน้อยมาก และก็ยังยินดีทำ แต่ลึกๆ คิดว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ผมทำอะไรให้นายจ้างตั้งมากมาย  แต่รายได้กลับได้เพียงเท่านี้ อยู่มาวันหนึ่ง ผมได้รู้และเข้าใจว่า นายจ้างนั้นเสี่ยงมากกว่า สมควรแล้วที่ผมได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่า

มันคือความจริงที่เจ็บปวดครับ ไม่ใช่แค่คุณ ผมก็เป็น เพราะเราไม่เคยได้เรียนรู้เลยว่า เราเรียนไปเพื่ออะไร พ่อแม่บรรพบุรุษของเรามีแต่สอนว่าให้เรียนสูงๆ จบไปจะได้ทำงานดีๆ แต่พ่อแม่ไม่เคยสอนเราเลยว่า ให้ลูกคิดอะไรที่มันแตกต่างนะ ให้ลูกก็ได้กล้าที่จะเสี่ยงนะ ให้ลูกเป็นคนคิดใหญ่ฝันใหญ่นะ เราจึงอยู่ใน Comfort Zone มาโดยตลอด

จึงไม่แปลกอะไร ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดแล้วว่า อย่าไปโทษระบบการศึกษาเลยครับ การเอาแต่ไปโทษใครนั้นไม่ได้ก่อประโยชน์อะไร แต่เมื่อวันนี้คุณรู้แล้ว คุณควรที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

5. คนรวยมักให้เวลากับคนรอบข้าง เห็นความสำคัญของ Connection ในขณะที่คนจนมักมองข้าม

คนรวยเห็นความสำคัญของ Connection

ข้อสุดท้ายนี้ เป็นข้อที่มีความสำคัญมากๆ อีกข้อหนึ่ง การจะทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากความรู้ความสามารถเฉพาะตัวแล้ว จำเป็นต้องมีเพื่อน ถึงจะทำงานใหญ่ให้สำเร็จโดยง่ายได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย คือ เวลาที่นกบินในระยะทางไกล เช่น การอพยพย้ายถิ่น สังเกตที่ฝูงบินจะเป็นรูปตัว V โดยนกตัวที่อยู่ข้างหน้าสุด จะออกแรงมากที่สุด เพราะเป็นด่านแรกในการต้านแรงลม ขณะที่นกตัวหลังๆ จะหลบแรงต้านได้เป็นลำดับๆ ไป ทำให้ใช้แรงน้อยกว่าตัวที่อยู่นำฝูง

หากเมื่อไหร่ที่ตัวแรกเหนื่อยล้าก็จะค่อยๆ ปล่อยตัวเองไปอยู่ข้างหลังเพื่อเก็บแรง แล้วให้เพื่อนที่มีแรงที่ดีกว่าขึ้นมาบินนำหน้าแทน สลับสับเปลี่ยนกันอย่างนี้ จนทำให้นกสามารถอพยพจากทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่งได้

คนเราก็เช่นเดียวกันครับ การมี Connection ที่ดี การมีเพื่อนฝูงคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ย่อมสร้างความสำเร็จได้ง่ายกว่าการลุยเดี่ยว

ดังนั้น คนรวยเห็นความสำคัญของข้อนี้มาก คุณเองก็เริ่มต้นได้ง่ายๆ เริ่มจากวันเกิดของคนใกล้ตัว เมื่อวันเกิดของเพื่อนมาถึงคนรวยจะไม่พลาดโอกาสที่จะส่งของขวัญและกำลังใจดีๆ ไปให้เพื่อน ซึ่งเรื่องของวันเกิดในยุคนี้เราไม่ต้องไปจดจำให้ยุ่งยาก เพราะมี Facebook ทำหน้าที่เป็นเลขานุการส่วนตัว ช่วยจดจำและเตือนเราว่า ใกล้จะถึงวันเกิดของเพื่อนเราแล้วนะ และอย่าลืมไปอวยพรวันเกิดเพื่อนเราเพื่อให้รู้ว่า เราไม่ลืมเขานะครับ

เพราะวันเกิด คือวันสำคัญวันหนึ่งสำหรับใครหลายๆคน

หากคุณต้องการเกษียณในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณต้องเปลี่ยนแล้วครับ กลับไปเช็คได้แล้วครับว่าเพื่อนๆ คนไหนบ้างจะมีวันเกิดในเดือนนี้ เราจะได้วางแผนได้ถูกนะครับ แต่อย่าลืมทำตัวให้เป็นปกติด้วยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะหาว่าเราเข้าไปหา เพราะต้องการประโยชน์อะไรบางอย่าง อย่าลืมว่าคนไทยไม่ค่อยชอบคนที่เข้าหาเพื่อนเพราะต้องการขายประกันชีวิตและขายตรงนะครับ เราเข้าไปหาเขาด้วยใจ ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์

สุดท้ายสำหรับบทนี้ ประเทศจีนที่มีความยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยส่วนตัวผม  มองว่าน่าจะเกิดจาก Connection ด้วยครับ ประเทศไทยเองก็มีคนจีนย้ายมาอาศัยอยู่จำนวนมาก อยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็มีย่านหนึ่งที่คนจีนอยู่เยอะ จนเรียกว่าไชน่าทาวน์ เวลาที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ต้องการขับเคลื่อนอะไรบางอย่าง คนจีนที่อาศัยอยู่นอกประเทศก็พร้อมให้ความร่วมมือ อ้าแขนรับ จนทำให้การขับเคลื่อนนโยบายโดยเฉพาะเรื่องการค้าขาย กลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<
About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*