(บทที่ 9) 5 คำพูดที่ทรงพลัง พูดอย่างไร คิดอย่างไร จะได้อย่างนั้น

5 คำพูดที่ทรงพลัง

หนังสือเล่มนี้ผมมุ่งเน้นให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจแนวคิดอันจะนำไปสู่สถานะทางการเงินที่ดีขึ้นได้ เมื่อได้เรียนรู้แนวคิดของคนรวยและคนจนแล้ว   ก็จะทำให้ทราบว่ามีเหตุและผลที่ทำให้คนสองประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร

5 คำพูดที่ทรงพลัง

ต่อไปจะเป็นการเรียนรู้คำพูดที่ทรงพลัง ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือล้มเหลว ซึ่งคำพูดเหล่านี้หากคุณได้พูดเป็นประจำ ได้ฝึกพูดจนเป็นนิสัยแล้ว สามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เลย

1. เปลี่ยนจากคำพูดว่า “ฉันทำไม่ได้” เป็น “ฉันมีโอกาสที่จะทำได้”

คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ทรงพลังครับ ฉันทำได้ เป็นคำพูดที่ฝึกให้สมองได้คิดต่อ ว่าหากฉันมีโอกาสที่จะทำได้ ฉันควรทำอย่างไรบ้าง ฉันควรศึกษาหาความรู้แบบไหน ฉันควรมีแผนงานอย่างไร ฉันควรลงมือทำอย่างไรเพื่อให้สำเร็จ หรือท้ายที่สุดแล้วเมื่อลงมือทำแล้วแต่ไม่สำเร็จตามเป้าหมาย คุณก็จะได้ประสบการณ์และได้แนวคิดมีความฉลาดมากขึ้น

แต่สำหรับใครที่ฝังคำว่า “ฉันทำไม่ได้” ไว้ในสมองอยู่เสมอ ถือเป็นการปิดประตูความสำเร็จตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ลงมือทำเลยครับ เพราะเป็นการบอกสมองของคุณว่า อย่าไปคิดมันเลย อย่าไปพยายามเลย ไม่ว่าจะทำอย่างไร ฉันก็ทำไม่ได้ ในเมื่อไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิด สมองก็ไม่ได้ทำงาน ผลลัพธ์ของความสำเร็จก็จะไม่เกิดขึ้น

2. เปลี่ยนจากคำพูดว่า “ฉันไม่มีเงิน” “ฉันจน” เป็น “ฉันกำลังจะรวย”

คำพูดนี้ ก็เป็นคำพูดที่เปี่ยมด้วยพลังเช่นเดียวกัน ห้ามพูดออกมาอย่างเด็ดขาดว่า ฉันจน ฉันไม่มีเงินซื้อหรอก ฉันไม่มีวาสนา ฉันไม่คู่ควร เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะคุณกำลังจะบอกหรือฝังคำพูดเหล่านั้นลงไป     ในจิตใต้สำนึกของคุณว่า คุณกำลังจนจริงๆ คุณกำลังไม่มีอะไร ตอนนี้คุณกำลังยอมรับโชคชะตาของคุณแล้วว่าคุณมันจน จึงไม่คิดหาหนทางที่จะนำไปสู่ความรวยหรือชีวิตที่ดีขึ้นได้

แต่สำหรับคนที่ชอบพูดว่า “ฉันกำลังจะรวย” จะเป็นคำพูดที่เตือนลงไปในจิตสำนึกของคุณ ว่าคุณไม่ใช่คนจนนะ ถึงแม้ตอนนี้คุณจะยังจนอยู่ก็ตาม แต่คุณกำลังคิดหาหนทางที่จะเปลี่ยนไปสู่ความร่ำรวยได้

ดังนั้น ห้ามบอกลูกหลาน ห้ามบอกใครๆ ว่า ฉันไม่มีเงิน หรือฉันจน เพราะคุณจะจนจริงๆ ควรเปลี่ยนเป็นคำพูดที่ส่งพลังยิ่งกว่า บอกตัวเองทุกวันไปเลยครับว่า ฉันกำลังจะรวย ฉันกำลังจะมั่งคั่ง

READ  บทที่ 2 - ตีโจทย์ให้แตก เรียนเพื่ออะไร จะได้ไม่เสียเวลา

3. เปลี่ยนจากคำพูดว่า “ฉันเป็นคนโชคร้าย” เป็น “ฉันเป็นคนโชคดี”

หมั่นบอกตัวเองทุกวันว่า คุณเป็นคนโชคดี คุณเป็นคนที่มีความสุข คุณจะได้เจอมิตรที่ดี คุณจะได้เจอหนทางดีๆ เข้ามาในชีวิต อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ฝังคำพูดลงในสมองเพื่อสร้างจิตสำนึกของคุณ ย้ำกับสมองว่าเราเป็นคนโชคดี หาคนที่โชคดีกว่าเราไม่มีอีกแล้ว แค่คุณได้พูดคำนี้ คุณก็รู้สึกแล้วว่าคุณเป็นคนที่มีความสุข รู้สึกชีวิตเป็นบวกมากขึ้น

ในทางตรงข้าม หากคุณเป็นคนที่บอกตัวเองอยู่เสมอว่า “ฉันเป็นคนโชคร้าย” คุณก็จะเจอแต่เรื่องร้ายๆ เพราะจิตใต้สำนึกของคุณไปดึงดูดสิ่งรอบข้างที่มีแต่เรื่องร้ายๆ เข้ามา เจอแต่คนคิดร้าย เจอแต่อะไรที่มีทางตันไปหมด อันที่จริงแล้วความโชคร้ายมันเริ่มจากสิ่งที่คุณคิดต่างหาก

4. เปลี่ยนจากคำพูดว่า “ฉันเป็นคนไม่เก่ง” เป็น “ฉันเป็นคนเก่ง”

ผมมีความเชื่ออยู่เสมอว่า ไม่มีใครเก่งแต่เกิด ทุกคนเกิดมาก็ไม่ได้มีเสื้อผ้า ไม่ได้มีแก้วแหวนเงินทอง เราเกิดมาตัวเปล่าเหมือนกันทุกคน ในเมื่อสิ่งที่พ่อแม่เราให้มาก็คือความเท่าเทียมกันในความเป็นคน จะเก่งหรือไม่เก่ง จะฉลาดหรือไม่ฉลาด น่าจะเป็นสิ่งที่ได้มาภายหลังจากการเรียนรู้

ดังนั้นจึงไม่มีใครหรอกครับที่ไม่เก่ง จะมีแต่คนที่รู้น้อยกว่าและรู้มากกว่าเท่านั้น จึงควรบอกตัวเองอยู่เสมอว่า “ฉันเป็นคนเก่ง และฉันจะเก่งยิ่งขึ้น” เพราะคุณกำลังจะบอกสมองของคุณว่า ฉันเป็นคนที่ทำได้    สมองจะเริ่มคิดและทำงาน คำว่า ฉันจะเป็นคนที่เก่งกว่าและเก่งยิ่งขึ้นได้อย่างไร จะนำไปสู่หนทางแห่งความรู้ที่สูงขึ้น

เก่งหรือไม่เก่ง สามารถพัฒนากันได้ ลองอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากพอนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเก่งในสิ่งนั้นจริงๆ

ดังนั้น จึงห้ามบอกว่าฉันไม่เก่งเด็ดขาด จิตใต้สำนึกของคุณจะยอมรับสิ่งที่คุณคิด สมองจะไม่คิดหาคำตอบ และคุณก็เป็นคนไม่เก่งตลอดไป

5. เปลี่ยนจากคำพูดว่า “ฉันไม่สวย ฉันไม่ดูดี” เป็น “ฉันเป็นคนสวย สง่างาม ดูดี”

ตื่นมาตอนเช้าสิ่งที่คุณควรจะทำก็คือว่า ควรบอกตัวเองว่า คุณเป็นคนที่โชคดี คุณเป็นคนที่สวย คุณเป็นคนที่หล่อ คุณมีเสน่ห์ คุณสง่างาม และคุณดูดี ชื่นชมตัวเองให้มากๆ ครับ แล้วคุณจะรู้ว่าหากเราจะดูดีในแบบที่คุณเป็น คุณควรปฏิบัติอย่างไร ควรแต่งตัวอย่างไร ควรมีทรงผมแบบไหน    การแต่งหน้าที่เหมาะสมกับคุณควรเป็นอย่างไร เป็นต้น

READ  บทที่ 14 เคล็ดลับดูแลสุขภาพ ให้พร้อมอยู่เสมอ

แต่สำหรับใครที่ยอมรับสภาพว่าตัวเองเป็นคนไม่ดูดี ไม่สวย คุณกำลังบอกจิตใต้สำนึกของตัวเองคำว่า คุณไม่ต้องไปทำอะไรให้มากกว่านี้แล้ว ทำอย่างไรคุณก็ไม่สวยอยู่ดี ไม่มีการปฏิวัติตัวเอง ปล่อยเนื้อปล่อยตัว สุดท้ายชีวิตคุณก็จะเป็นภาพเหมือนที่ใจคุณบอก

การคิดบวก การคิดถึงคำพูดดีๆ จะเป็นการดึงดูดสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบตัวเข้ามาหาเรา ในเมื่อคุณมีความคิดที่เป็นบวก จะทำให้ใจคุณเป็นบวก การกระทำที่ตามมาก็จะเป็นบวกเช่นกัน เพราะรู้ความลับว่าคิดสิ่งใด ดึงดูด  สิ่งนั้น จนทำให้มีแนวคิดที่นิยมอย่างแพร่หลายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เรียกว่า กฎของแรงดึงดูด (Law of Attraction)

กฎแรงดึงดูด จะบอกเราเสอมว่า คิดอย่างไร ก็จะได้อย่างนั้นครับ หากวันนี้คุณต้องการเปลี่ยนชีวิตให้เป็นคนที่มีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น ให้คิดถึง 5 คำที่ทรงพลังนี้แล้วพูดอยู่เสมอนะครับ คุณเชื่อหรือไม่ครับว่า เงินนั้นล่องลอยอยู่ตามอากาศรอบตัวคุณ แต่เงินมันจะไหลไปหาคนที่มีความคิดที่ต้องการมัน และมีเครื่องมือที่พร้อมจะดักจับมันนั่นเองครับ

มีเงินรอบตัวของคุณเต็มไปหมด หากคุณจูนคลื่นให้ตรงกันmมีเครื่องมือ มีระบบที่พร้อมจะจัดเก็บเงินเหล่านั้น เงินเหล่านั้นก็จะเป็นของคุณ ความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลที่คุณต้องการก็จะเป็นของคุณ

ความคิดของคุณต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดว่า

“คุณจะเป็นอย่างไร”

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<

ผู้เขียน: ปุ้ย-ธวัชชัย

ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *