บทที่ 1 – นิยามความจน ความรวย และความมั่งคั่ง

บทที่ 1 – นิยามความจน ความรวย และความมั่งคั่ง

เมื่อพูดถึงเรื่องความรวยแล้ว เป็นสิ่งที่นิยามค่อนข้างยากมาก เพราะทุกคนต่างมีนิยามหรือความคิดเห็นในเรื่องของความรวยที่แตกต่างกัน

บทที่ 1 – นิยามความจน ความรวย และความมั่งคั่ง 

แล้วอย่างไรถึงเรียกว่ารวย?

หากจะพูดถึงคำจำกัดความในเรื่องนี้ สิ่งที่ผมทำได้คงจะเป็นเพียงการเสนอแนะจากแนวคิดของตัวผมเอง หรือเป็นการแบ่งปันมุมมองในแบบฉบับของผมว่า ความรวย ในนิยามของผมคืออะไร

บางคนอาจจะมีความฝันว่าอยากรวยระดับหลักล้าน ในขณะที่บางคนอาจจะคิดว่า แค่มีเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนก็ถือว่าตัวเองรวยแล้ว แต่สำหรับผมนั้นคิดต่างออกไปครับ นิยามความรวยของผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่มี นั่นก็เพราะว่า เงินที่มีนั้น “มันไม่มั่นคง ถาวรเสมอไป” ยกตัวอย่างนะครับ วันนี้คนที่มีเงิน 1 ล้าน ในวันข้างหน้าอาจจะกลายเป็น 2 ล้าน หรือ 3 ล้าน ก็เป็นได้ ในขณะที่เงิน 1 ล้าน ของใครบางคนในวันนี้ อาจเหลือเพียง 1 หมื่น หรือ 1 พัน ในวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน

ผมจึงไม่ขอพูดถึงเรื่องจำนวนเงินนะครับ ในความคิดของผมนั้น คนเราจะรวยหรือจน มันขึ้นอยู่กับว่า “วันนี้คุณมีหนี้เท่าไหร่และมีรายได้แบบไหน” หากคุณไม่มีหนี้เลย และคุณสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องทำงาน คุณมีช่องทางที่จะนำมาซึ่งรายได้ในหลากหลายช่องทาง โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงทำงาน อาจจะเป็นค่าลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ หรือสิ่งประดิษฐ์ที่คุณคิดค้นขึ้น หรืออาจจะเป็นรายได้ที่เกิดจากธุรกิจที่คุณก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาและประสบความสำเร็จ จนคุณไม่จำเป็นต้องลงไปบริหารด้วยตัวคุณเองก็ถือว่า คุณรวยแล้วครับ เพราะมี Passive Income นั่นเอง

แต่ถ้าหากว่า คุณไม่มีหนี้เลย แต่คุณยังจำเป็นต้องออกไปทำงานทุกวัน วันไหนไม่ได้ไปทำงาน วันนั้นคุณไม่มีเงินไหลเข้ามา ก็ถือว่าคุณยังไม่รวยครับ อย่าลืมนะครับว่า ปัญหาสุขภาพสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และหากคุณป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้ คุณก็จะขาดรายได้ในวันนั้นไป แบบนี้ผมคิดว่ายังไม่รวยครับ เพราะคุณมีรายได้แบบ Active Income อยู่

Passive Income คืออะไร?

Passive Income คือ รายได้ที่ไหลเข้าสู่กระเป๋าของคุณอย่าง ไม่ขาดสาย โดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องลงแรงทำงาน ซึ่งรายได้ที่มี มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจากธุรกิจที่ทำ จากเรื่องของลิขสิทธิ์ที่คุณได้สร้างสรรค์ผลงานบางอย่างขึ้น รวมถึงรายได้จากการลงทุนที่ได้มาในรูปแบบของผลตอบแทนที่เรียกว่า เงินปันผล

รายได้ในลักษณะนี้จะไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่เวลาที่คุณนอนหลับ หรือเวลาที่คุณไปวิ่งออกกำลังกาย คนที่มีรายได้ลักษณะนี้ และไม่มีหนี้ ผมเชื่อว่าคนๆ นั้นเป็นคนรวย

Active Income คืออะไร?

ตรงกันข้ามกับ Passive Income รายได้ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้จะเป็นรายได้ที่เกิดจากการทำงานประจำ งานที่คุณจำเป็นจะต้องออกไปทำถึงจะมีรายได้เกิดขึ้น เมื่อหยุดทำงาน รายได้ก็หายไป

จึงไม่แปลกใจเลยครับว่า ทำไมเวลาที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับแนวคิดของคนรวยและคนจน หรือเกี่ยวกับสิ่งที่คนรวยมี มักจะหนีไม่พ้นเรื่องของการสร้างทรัพย์สิน หรือช่องทางที่นำมาซึ่ง Passive Income อยู่เสมอ และหากมีมากขึ้น ก็จะนำรายได้ที่มีมาต่อยอดสร้างช่องทางใหม่ๆ และเพิ่มพูนกลายเป็นรายได้ที่ไม่จำกัด เมื่อนำมาใช้ในสิ่งที่ถูกทาง ก็จะนำมาซึ่ง ความมั่งคั่ง ในที่สุด

“ความรวย” กับ “ความมั่งคั่ง” คือ คำที่ผมจะพูดถึงนะครับ แต่ก่อนที่เราจะไปลงรายละเอียดว่า ความรวยและความมั่งคั่งว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ผมขอพูดถึงคำว่า หนี้ ก่อนสักนิด

หนี้ คืออะไร?

ใครๆ ต่างก็กลัวการมีหนี้ทั้งนั้น แต่ก็มักจะหนีไม่พ้นการเป็นหนี้ เพราะมันจะวนเวียนเข้ามาจนได้ อาจจะไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อนำไปซื้อสิ่งของที่จำเป็น หรือหากคุณทำงานมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว อาจจะคิดถึงเรื่องการมีบ้าน มีรถเพื่อความสะดวกสบาย หรืออาจจะอยากมีบัตรเครดิต เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า เป็นต้น

ดังนั้นนิยามของคำว่าหนี้ของผมจึงเป็นการใช้เงินในอนาคตมาใช้จ่ายในปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ คือ การนำเงินในอนาคตออกมาใช้มากเกินไป และไม่สามารถบริหารจัดการหนี้สินที่มีได้ พูดง่ายๆ ก็คือ มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะจ่ายหนี้ ทำให้ติดกับดักของความยากจนในที่สุด

แต่หนี้นั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หนี้ดี และ หนี้เสีย

อะไรคือหนี้ดี อะไรคือหนี้เสีย

 หนี้ดี คืออะไร?

 หนี้ดี  คือ การที่คุณนำเงินในอนาคตออกมาใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ ส่งผลให้เกิด Passive Income คนรวยหลายๆ คน บริษัทแทบทุกแห่งต่างก็มีหนี้ทั้งนั้นครับ แต่ต่างกับคนที่มีหนี้ทั่วไปก็ตรงที่ พวกเขาเหล่านั้นมีหนี้ดีมากกว่า

แล้วต้องเอาหนี้ดีมาทำอะไร?

เป็นสิ่งที่คุณต้องไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมครับ เพราะการนำเงินในอนาคตมาลงทุนนั้น มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบที่จะทำให้คุณ
ประสบผลสำเร็จได้ ซึ่งในที่นี้ ผมขอยกตัวอย่างบางส่วนนะครับ เนื่องจากแต่ละคนมีความถนัดที่แตกต่างกัน

คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมจากกูรูที่คุณชื่นชอบ และศึกษาแนวคิด วิธีการต่างๆ ของเขา แล้วคุณจะได้คำตอบว่า ควรนำเงินในอนาคตออกมาใช้หรือไม่

ตัวอย่างของการนำแนวคิดที่ดีมาใช้ เช่น หากคุณมีที่ดินเปล่าแปลงหนึ่ง และมีโอกาสที่จะนำมาสร้างเป็นบ้านพักหรือหอพักได้ เมื่อศึกษาโดยละเอียดแล้ว พบว่า หากสร้างเสร็จแล้ว สามารถที่จะปล่อยให้เช่าได้ และ ค่าเช่าที่ได้นั้น มีมากกว่าค่าใช้จ่ายรายเดือน คุณก็จะมีเงินเหลือผ่อนกับธนาคาร ซึ่งการนำเงินมาลงทุนในลักษณะนี้ เมื่อประสบความสำเร็จ หนี้ที่คุณมีก็จะกลายเป็นหนี้ดีครับ เนื่องจากก่อให้เกิดรายได้แบบ Passive Income ในทุกๆ เดือนนั่นเอง และหากสินทรัพย์ก้อนนี้สามารถที่จะผ่อนจ่ายกับธนาคารได้จนครบ คุณก็จะไม่มีหนี้คงค้างอีกต่อไป

หนี้เสีย คืออะไร?

ในทางตรงกันข้าม หากธนาคารตรวจสอบ Statement ของคุณพร้อมกับเรียกคุณไปพบ จากนั้นได้เสนอให้เงิน 1 ก้อน พร้อมกับดอกเบี้ยต่อปีในอัตราที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะนำเงินทุนที่มีไปลงทุนสร้างรายได้เพิ่มเติม คุณกลับนำเงินไปซื้อสิ่งของก่อให้เกิดรายจ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ซื้อบ้าน ต่อเติมบ้าน หรือออกรถคันใหม่ คุณกำลังติดกับดักแล้วครับ ความจนกำลังรอคุณอยู่ ทันทีที่คุณเซ็นรับเงินก้อนนั้นมา ในทุกๆ เดือน สิ่งที่คุณจะต้องทำคือ ทำงานให้หนักขึ้น เพื่อที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนใหม่พร้อมกับดอกเบี้ย คุณจะต้องเหนื่อยกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เพราะมันคือหนี้เสีย ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้กับคุณเลย คุณต้องดิ้นรนที่จะไปหารายได้จากอย่างอื่นมาเพื่อมาจ่ายหนี้เสียที่คุณสร้างขึ้น คุณจะเสียเวลากับการจ่ายหนี้ก้อนนี้เป็น 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น หรือจนกว่าคุณจะเกษียณการทำงานนั่นเอง

ถ้าหากวันนี้คุณยังไม่ก่อหนี้เสีย และเป็นคนหนึ่งที่อยากมีฐานะทางการเงินที่ดี ผมแนะนำว่า อย่าคิดถึงการนำเงินในอนาคตมาใช้ไปในทางที่จะนำไปสู่ความจนโดยเด็ดขาด สำรวจความต้องการของตัวเองแล้วให้พิจารณาให้ดี ว่าคุณสามารถรอได้หรือไม่ คุณควรนำไปสร้างหนี้ดีก่อนดีไหม? ให้ประสบผลสำเร็จ และมีรายได้ที่เป็น Passive Income มากพอ จากนั้นจึงนำรายได้ที่มีเหล่านั้น มาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่คุณต้องการในภายหลัง ซึ่งจะ ทำให้คุณเดินทางไปสู่ความร่ำรวยได้เร็วขึ้น

เมื่อพอเข้าใจในเรื่องหนี้กันแล้ว ต่อไปมารู้จักกับคำว่า ความรวย และ ความมั่งคั่ง กันต่อนะครับ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

ความรวย

คนที่จะรวยจริงๆ สำหรับผมนั้น คือ คนที่ไม่มีหนี้เสียครับ แต่สามารถมีหนี้ดีได้ เพราะหนี้ดีเหล่านั้นนำมาซึ่งรายได้ของคุณในลักษณะของ Passive Income

แล้วความรวยกับความมั่งคั่งต่างกันอย่างไร ผมขอเสนอแนวคิดจากมุมมองของตัวผมเองนะครับ หากคุณมีอิสรภาพทางด้านการเงิน ปราศจากหนี้เสีย และมีรายได้จาก Passive Income โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องทำงาน เป็นเวลาติดต่อกัน อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป โดยที่ชีวิตคุณไม่ได้ลำบาก

การหยุดงานของคุณในระยะเวลา 3 ปี นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับคุณเลยอีกทั้งคุณยังมีรายได้จาก Passive Income เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี ผมคิดว่าคุณรวยครับ

ความมั่งคั่ง

หากคุณสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานเกิน 3 ปีขึ้นไป มีทรัพย์สิน มีช่องทางสร้างรายได้ที่มากพอ ทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินอย่างชัดเจน ไม่มีปัญหาการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และมีรายได้ที่เกิดขึ้นจากสินทรัพย์ที่มีแล้วนำมาลงทุนต่อยอดอยู่เสมอ คุณจะกลายเป็นคนที่มั่งคั่งครับ

หรือหากจะพูดให้เห็นภาพ ผมจะเปรียบเทียบ คนจน คนรวย และคนมั่งคั่ง กับ รถยนต์ครับ

คนจน เปรียบเสมือน รถยนต์มีเพียง 4 ล้อ ขับเคลื่อนชีวิตของคุณด้วยความเสี่ยง หากเกิดปัญหาขึ้น เช่น น็อตหลวม ล้อหลุด หรือยางสึกหรอ คุณจะไม่มีล้ออะไหล่มาเปลี่ยนได้เลย ทำให้รถยนต์คันนั้นไม่สามารถไปต่อได้

คนรวย เปรียบเสมือน รถยนต์ที่มีล้ออะไหล่ สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่น เป็นเวลาติดต่อกันอย่างยาวนานระดับหนึ่ง หากเกิดปัญหาขึ้น ก็มีล้ออะไหล่ที่สามารถเปลี่ยนและไปต่อได้

สำหรับ คนมั่งคั่ง ก็เปรียบเสมือนรถที่มีทั้งล้ออะไหล่ที่เตรียมไว้ใช้ในเวลาฉุกเฉิน มีการตรวจสภาพรถอยู่สม่ำเสมอ มีการศึกษาหาความรู้ในเรื่องของเส้นทางก่อนวิ่งเป็นอย่างดี มีการจัดเตรียมน้ำมันไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน มีประกันชั้น 1 ที่ช่วยคุ้มครองตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น รถยนต์คันนี้ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้

กล่าวโดยสรุปนะครับ ผมนิยามคำว่าหนี้ดี หนี้เสีย ความรวย ความมั่งคั่งไปแล้วในบทนี้ ซึ่งไม่ได้วิชาการอะไรมากมาย เพราะหากมองจากมุมมองวิชาการแล้ว ผมอาจจะพูดถึงคำเหล่านี้ผิดเพี้ยนไปก็ได้ เพราะผมตกผลึกมาจากความคิดและประสบการณ์โดยตรงของผมเอง

ตอนนี้ให้คุณตรวจสอบตัวเองได้เลยครับ ว่าแท้จริงแล้ว ตอนนี้คุณมีสภาพทางการเงินอย่างไร คุณกำลังเป็นคนจนที่กำลังจะจนยิ่งขึ้น หรือคุณกำลังเป็นคนจนที่กำลังจะเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นคนรวย หรือคุณกำลังเป็นคนรวยที่กำลังจะเปลี่ยนเส้นทางไปเป็นคนมั่งคั่ง อยู่ที่ตัวคุณเองที่จะเลือกเป็น

แต่สำหรับใครที่กำลังอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ ผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น กำลังจะเกิดขึ้นกับคุณในไม่ช้า

ยิ่งจน ยิ่งประมาท ยิ่งจนลง…

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<
About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*