คุณพ่อ…ผู้ชายที่แสนดีที่สุด

พ่อ คือ ผู้ชายที่แสนดีที่สุดของลูก

ผู้ชายที่แสนดีที่สุด (คุณพ่อ)

ถึงแม้ว่าสถาบันครอบครัวของคนไทยจะเป็นสังคมที่ค่อนข้างใกล้ชิดกันมากกว่าสังคมตะวันตก แต่หากจะพิจารณาให้ดีแล้วก็ใช่ว่าทุกครอบครัวจะสนิทหรือใกล้ชิดกันทั้งหมด หลายครอบครัวที่ลูกสนิทกับกับแม่แต่กลับไม่ค่อยได้พูดอะไรกับพ่อเลย มีหลายบ้านที่เป็นแบบนี้นะครับ ถึงแม้จะไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย แต่บางคนก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกับคนเป็นพ่อมากนัก ซึ่งอาจจะเป็นที่นิสัยผู้ชายที่ไม่ค่อยเจ๊าะแจ๊ะอะไร หรือบางครอบครัวพ่อก็ออกไปทางดุเลยก็มีเช่นกัน เวลาจะเข้าไปคุยกับพ่อจึงมักจะมีอาการเกร็งหน่อย ๆ

จริง ๆ แล้วครอบครัวผมเองก็เหมือนกัน ครอบครัวผมไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่แย่อะไร ทุกคนรักใครกันดี แต่ถ้าให้เทียบแล้วผมเองก็สนิทกับแม่มากกว่าพ่อ เพราะพ่อผมเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยพูดสักเท่าไหร่ จะเรียกว่าเป็นคนที่ค่อยข้างขรึมก็ว่าได้ ตั้งแต่เล็กจนโต ผมกับพ่อแทบไม่เคยคุยเรื่องอะไรที่จริงจังกับชีวิตกันเลย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเรียน การทำงาน หรือสิ่งอื่นใด

นิสัยพ่อผมอาจจะพูดไม่ค่อยเก่ง แต่ถือว่าเป็นนักปฏิบัติมากกว่านักพูด สามารถทำงานได้ทุกอย่างขอให้สั่งมา พ่อผมจะไม่เคยเกี่ยงงาน ไม่ว่าจะรายได้มากหรือน้อย ไม่ว่าจะงานราษฎร์หรืองานหลวงพ่อผมทำหมด โดยเฉพาะงานฟรีที่เมียสั่งถือเป็นงานหลักที่ต้องทำแบบถวายชีวิตกันเลยทีเดียว

ความทรงจำสำหรับผมที่มีต่อพ่อจะเป็นวัยเด็กประถมเลยครับ โดยในวัยเด็กผมชอบตามพ่อไปหาปลา เพราะด้วยบ้านเราอยู่ใกล้กับลุ่มน้ำสงครามซึ่งมีปลาเยอะ และพ่อผมก็หาปลาได้เก่งมากซะด้วย เวลาไปด้วยกันพ่อผมจะไม้ได้สอนอะไรมากมาย แต่จะชอบทำให้ดู ไม่ว่าจะทอดแห ตกปลา ทำไร่ทำนา หรืองานอื่นๆตามวิถีชีวิตของเด็กชนบทที่เค้าชอบทำกัน พ่อไปไหนก็มักจะพาผมไปด้วย สำหรับผมรู้สึกสนุกดีนะ ได้ทำโน่นเป็น ทำนี่เป็น หาปลาได้ผมนี้รู้สึกดีใจมาก สนุก มีความสุขไปตามวิถีชีวิตเด็กชนบทคนหนึ่ง แต่พอโตมาแล้วมองย้อนกลับไปดูชีวิตตัวเองนั่นแหละถึงได้รู้ว่า

ภายใต้สไตล์แมน ๆ ที่ไม่ค่อยพูดนั้น กลับเต็มไปด้วยบทเรียนอันมีค่ามากมายเลยทีเดียว

ถึงพ่อผมจะไม่ใช่นักธุรกิจไม่เคยสอนบทเรียนในการทำธุรกิจเหมือนพ่อคนอื่นเขา แต่การสอนให้ผมทอดแหหาปลาเป็น นั่นก็คือการถ่ายทอดทักษะของการใช้ชีวิต

พ่อผมไม่เคยสอนว่าทำยังไงถึงจะหาเงินได้เยอะ แต่พ่อผมเป็นคนขยันทำมาหากิน งานหนักก็เอางานเบาก็สู้ ซึ่งถ้าดูให้ดีก็คือการสอนกราย ๆ ว่าให้เป็นคนขยัน ซื้อสัตย์และอดทน ซึ่งมันเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่หากมีครบ 3 อย่างนี้ลูกของพ่อจะอยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย

พ่อผมทำงานตามคำสั่งแม่ทุกอย่าง ให้หยิบโน่น จับนั่น ต่อนู่น เติมนี่ พ่อผมก็ทำไม่เคยบ่นไม่เคยมีปากเสียง ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ ทำตามคำสั่งเมียอย่างเดียว ตอนเด็ก ๆ ผมก็สงสัยว่าทำไมพ่อถึงต้องยอมแม่ขนาดนี้ แต่ความจริงแล้วพ่อกำลังทำให้ดูว่า การเป็นหัวหน้าครอบครัวบางครั้งไม่ต้องใช้อำนาจหรือกำลัง เพียงแค่ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนกำลังกว่า ก็สามารถแสดงให้เห็นว่าเราเป็นที่พึ่งหลักของครอบครัวได้เช่นกัน  

ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อสอนพ่อไม่เคยพูด แต่การเป็นตัวอย่างให้เห็นมันทำให้ผมเป็นคนรักครอบครัวเหมือนพ่อ รักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ ซึ่งนั่นก็คือการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ประเสริฐที่สุดแล้ว

ถ้าหากสรุปง่าย ๆ ผมว่าวลี “ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน” เป็นคำที่เหมาะสมที่สุดแล้วในต้นแบบชีวิตนี้ ผู้ชายบ้าน ๆ ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งแต่กลับเป็นต้นแบบชีวิตที่ดีได้โดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความเลย ถึงผมจะไม่ได้เกิดมาร่ำรวย หรือเกิดมาในบ้านของนักธุรกิจอย่างใคร  แต่ผมก็ดีใจนะครับที่มีต้นแบบชีวิตที่ดีอย่างที่พ่อเป็น เป็นแม่พิมพ์ที่ไม่มีราคาแต่มีคุณค่าทางจิตใจมายมายเหลือเกิน

   >>> อ่าน E-book เล่มเต็ม คลิกที่รูปปกด้านล่าง​

อ่าน E-Book ได้ที่นี่ Click >>>
About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*