หัดปฏิเสธบ้าง ก็ดีนะ แนะนำทางเลือกที่ยังได้ทั้งเพื่อนและรักษาเงิน

หัดปฏิเสธบ้างก็ดีนะ

ไม่รู้ว่าใครเคยถูกเพื่อนๆ หรือญาติๆ ขอยืมเงิน แล้วเราไม่กล้าปฏิเสธหรือไม่ครับ? ในความเป็นจริง การ หัดปฏิเสธบ้าง ก็เป็นทางเลือกที่จำเป็นต้องทำ ที่ยังได้ทั้งเพื่อนและรักษาไว้ซึ่งเงินของเรา

เรื่องจริงของคนใจอ่อน ไม่ค่อยกล้าปฏิเสธ

ผมรู้จักน้าคนหนึ่ง เป็นคนที่เรียกได้ว่าใจดีที่สุดครับ เป็นน้าที่ตัวคนเดียว และได้เดินทางไปทำงานที่เมืองกรุงตั้งแต่เรียนจบ และได้ใช้ชีวิตแบบสาวโรงงานมาเรื่อยๆ ถึงเวลาเทศกาลได้กลับไปเยี่ยมบ้านก็มักจะซื้อข้าวของไปฝากญาติๆ อยู่เสมอ การแต่งตัวดี เหมือนคนมีเงิน ทำให้สังคมบ้านนอกเรามองว่า การทำงานโรงงานน่าจะดี มีเงินเดือนใช้

ผมก็คิดอย่างนั้นมาโดยตลอด จนกระทั่งผมได้ไปสัมผัสชีวิตจริงของน้าคนนี้ ที่ไม่ได้สวยหรูเหมือนกับภาพที่ผมเคยเห็นเลย

ชีวิตของสาวโรงงานนี้ต้องตื่นเช้ามาก เลิกงานราวๆ 5 โมงเย็น บางครั้งต้องทำโอทีต่อจนถึง 3 ทุ่ม เลิกงานเสร็จกลับถึงห้อง เหนื่อยสุดๆ หมดสภาพ หมดพลัง ต้องรีบเข้านอนต่อ เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้ไปทำงานใหม่

ที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ไม่ใช่อยากจะพูดถึงชีวิตคนทำงานโรงงานนะครับ แต่อยากจะพูดถึงคุณค่าของเงินที่หามาได้

ทุกครั้งที่ทางบ้านเดือดร้อน น้าคนนี้คือที่พึ่งเสมอ ติดขัดประการใด น้าหาให้ได้ตลอด เพิ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว เงินเดือนของน้าไม่ได้เยอะเลย ต้องขยันทำโอทีถึงจะพอเหลือเก็บบ้าง แต่เมื่อพอจะเหลือบ้างก็ต้องมีอันจ่ายไปในที่สุด เพราะไม่กล้าปฏิเสธ

เงินประกันสังคม คือเงินเก็บก้อนเดียวที่น้ามี

ชีวิตนี้โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนที่รู้จักขอยืมเงิน น้าก็ใจดีให้ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ขอยืมครั้งแรกก็ถือว่าหนักแล้ว ไม่คิดว่าจะมีครั้งที่สองและครั้งที่สามตามมา จากหลักร้อย เป็นหลักพันและหลักหมื่นก็มี

ใครไม่มีที่ไป มาหาน้า แกอาสาพาไปสมัครงาน พาไปฝากให้ จนได้งานทำ สุดท้ายทำไม่ทน ก็ออกไป ใครได้หน้าเสียหน้าก็คงเป็นแก

และสำหรับคนที่มาทำงานใหม่ๆ ถือเงินติดตัวมานิดหน่อย แน่นอนครับ ห้องพักเล็กๆ ของน้าก็เป็นที่พักชั่วคราวของคนนั้นด้วย ให้อยู่ฟรีก็พอเข้าใจ แต่เดือนต่อไปก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรเลย ค่าห้องนิดหน่อยก็ไม่ช่วยจ่าย แถมค่าน้ำค่าไฟ ก็เป็นเรื่องของน้า

ผมมีโอกาสได้ถามน้าว่า “น้าคิดว่าน้าจะได้เงินคืนหรือเปล่า?” น้าตอบว่า “ไม่แน่ใจ ” ผมเลยถามว่า “แล้วน้าอยากได้ไหม?” น้าบอกว่า “อยากได้สิ นี่เป็นเงินของน้า

ผมเองก็ได้แต่ถามและให้กำลังใจครับ เพราะการกู้ยืมไม่ได้หลักฐานอะไรเลย ให้กันโดยปากเปล่า จะฟ้องร้องอะไรก็ไม่ได้

ตลอดเวลากว่า 20 ปี ที่น้าได้ทำงาน น้าโดนหลอกยืมเงินเป็นประจำ เสียเงินไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ คนที่ยืมเหล่านั้น เขาเห็นคุณค่าของเงินเราหรือไม่ เขารู้หรือเปล่าว่าเราเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้เงินมา แม้จะเป็นเงินหลักร้อย แต่ก็เป็นหลักร้อยที่เอาต้องหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย

มองในทางกลับกัน เงินที่เราสูญเสียไปนั้น หากสะสมแค่เดือนละ 1-2 พันเป็นเวลาติดต่อกัน 20 ปี โดยเก็บออมไว้ในหุ้นหรือกองทุนรวม หรือแม้แต่เก็บออมในประกัน ผมเชื่อว่าป่านนี้ เงินคงทบต้นทบดอกไปได้นักต่อนักแล้ว ไม่แน่ว่า มันอาจจะทำงานเอง จนเพิ่มมูลค่ามากกว่าเงินประกันสังคมที่หักไปก็ได้

พอถึงเวลา 20 ปีผ่านไป หากน้าเปลี่ยนจากเงินที่ให้คนอื่นยืมโดยเปล่าประโยชน์นี้ มาเก็บในสินทรัพย์ตามที่สนใจ ป่านนี้ น้าคงมีเงินเก็บสองทาง ชีวิตวัยเกษียณน่าจะอยู่ได้สบายๆ

>>> ดูวิธีออมเงินที่น่าสนใจ

ผมหันกลับมาคิดต่อว่า จริงอยู่แม้คนเราจะปฎิเสธการให้ยืมไม่ได้ในบางครั้ง แต่การให้ยืมก็ควรมีจำกัด ไม่ใช่เพราะเราไม่มีนะครับ แต่เรามีให้ได้แค่นี้จริงๆ

แนวทางการ หัดปฏิเสธบ้าง แบบไม่ให้เสียเพื่อน

  • จะกล้าบอกได้มั้ยว่า ให้ยืมเพียงครั้งเดียวนะ หากไม่คืน ครั้งต่อไปให้ไม่ได้
  • จะกล้าบอกได้มั้ยว่า ที่ขอยืมเงินมา 3 พันนั้น ให้ได้เพียง 500 บาทนะ ไม่ต้องคืนเงินจำนวนนี้ก็ได้ เราให้ได้แค่นี้ ที่เหลือลองไปถามคนอื่นที่รู้จักดู เผื่อคนอื่นช่วยได้ รับรองได้เลยว่า คนที่หันหน้ามายืมเรานั้น ไม่รู้จักเราแต่เพียงคนเดียวแน่นอน
  • หากเพื่อนจะมาพักที่ห้องขณะที่รองานทำ เราจะบอกได้หรือไม่ว่า ให้อยู่ได้เท่านั้นเดือนนะ หรือเดือนนี้อยู่ฟรีไปก่อนนะ แต่เดือนต่อไปช่วยจ่ายค่าเช่าแบบหารกันได้หรือไม่ ถ้าไม่มีเงื่อนไข ไม่มีกำแพงไว้ คนเรามันจะย่ามใจ 3-4 เดือนก็ไม่จ่าย ไม่ช่วยอะไรเลยก็มี

การแสดงน้ำใจมีหลายรูปแบบ ชีวิตจริง ต้อง หัดปฏิเสธบ้าง เพื่อรักษาสิทธิ์ของเรา เพื่อการสร้างอนาคตของเราต่อไป

เป็นกำลังใจให้คนใจดีทุกคนนะครับ ชีวิตเรา เราก็ต้องดำเนินต่อไป ชีวิตคนอื่นที่เดือดร้อนก็ควรให้ตามเหมาะสม  หาก หัดปฏิเสธเป็น เราจะได้ทั้งเพื่อนและได้เงินต้นสำหรับลงทุนให้กับชีวิต

>> ดูแนวคิด สร้างฐานะด้วยตัวเอง ขยันอย่างไรให้ รวย

+++++++++++++++++++

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<
About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*