บทที่ 6 ลักษณะอาชีพที่จะทำให้คุณรวยหรือจน

ลักษณะอาชีพ ที่จะทำให้รวย หรือจน

ก่อนอื่นผมต้องขอแจ้งไว้ก่อนนะครับว่า ไม่มีอาชีพไหนไม่ดีครับ เพียงแต่วันนี้ผมจะพูดถึงโอกาสที่จะทำให้คุณรวยเร็ว ซึ่งก็จะมีเพียงไม่กี่อาชีพที่จะทำให้คุณรวยได้เร็วขึ้นและมีอิสรภาพทางด้านเวลา

ลักษณะอาชีพที่จะทำให้คุณรวยหรือจน

1. ลักษณะอาชีพที่มีรายได้จำกัด มีเวลาจำกัด และไม่มีอิสรภาพ

  • ลูกจ้าง (Employee)

อาชีพลูกจ้าง มีรายได้และเวลาที่จำกัด

ประเภทแรก จะเป็นประเภทที่ต้องใช้แรงออกไปทำงาน ตื่นเช้ามาก็เหมือนมนุษย์ผึ้งคือบินออกจากรังแต่เช้า เพื่อไปทำงาน เมื่อใช้เวลาในการทำงานทั้งวันแล้ว ก็บินกลับมาที่รังของตัวเอง แล้วพักผ่อนในเวลากลางคืน เพื่อพรุ่งนี้จะได้มีแรงบินไปทำงานต่อ ผลที่ได้จากการไปทำงานก็คือน้ำหวาน ซึ่งน้ำหวานในที่นี้ก็หมายถึง ค่าจ้าง ที่คุณจะได้กลับคืนมา

หากวันไหนไม่ได้บินออกไปทำงาน คุณจะไม่ได้น้ำหวานเลย ทำให้เวลาจะอยู่ในที่ทำงานมีมากกว่าอยู่ที่บ้านของตัวเอง รายได้จึงจำกัด จำกัดเพราะต้องออกไปแลกด้วยแรงกายของตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีเวลาที่จำกัดด้วย เพราะไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาอันเป็นของตัวเองได้ เวลาจะเข้าจะออกจากที่ทำงาน ถูกคนอื่นกำหนดไว้

ดังนั้นจึงไม่มีอิสรภาพเลย จะออกไปเที่ยวหรือออกไปพักผ่อนเป็นเวลานานๆ ก็เป็นเรื่องที่ยาก นอกจากจำกัดด้วยเรื่องของเงินทองแล้วยังจำกัดเรื่องเวลาด้วย หากหายไปจากการทำงานไปเป็นเวลานาน ทางบริษัทก็คงไม่รีรอที่จะหาคนอื่นมาทำงานแทนคุณ

งานในลักษณะนี้จะเป็นงานที่คุณทำงานเป็นลูกจ้างคนอื่นครับ โดยนายจ้างเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตให้กับคุณทุกอย่าง มีรายได้และเวลาที่จำกัด จะขอลาก็ยากนัก ขาดซึ่งอิสรภาพ แต่เนื่องจากมันเป็นงานที่ง่าย และเป็นงานพื้นฐานที่คุณสามารถไปแลกมาด้วยวิชาความรู้ที่เรียนมา โดยที่ไม่ได้เสี่ยงอะไรมาก ที่ผมเรียกว่าไม่ได้เสี่ยงอะไรมากเพราะว่า ถึงแม้วันนี้หากที่ทำงานของคุณล้มละลาย หรือบริษัทเจ๊ง ลูกจ้างก็เพียงแค่ลาออกจากที่เดิมแล้วเปลี่ยนไปทำงานบริษัทใหม่ จึงไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย ก็อย่างที่เห็นครับผลตอบแทนก็เลยน้อยตามไปด้วย

บัณฑิตจบใหม่เริ่มต้นเงินเดือนเดือนแรกอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งก็เป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยครับ หลายๆ คนคงหวังจะนำเงินบางส่วนส่งไปให้พ่อแม่ แต่เชื่อเถอะครับว่า คุณจะเหลือเงินส่งไปน้อยเต็มที เพราะหมดไปกับสิ่งเหล่านี้

  1. ค่าอาหาร ซึ่งอาจจะต้องอย่างน้อยวันละ 150 บาท รวม 30 วัน เป็นเงิน 4,500 บาท

  2. ค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต ประมาณเดือนละ 1,500 บาท

  3. ค่าที่พัก ซึ่งมีค่าที่พักประมาณเดือนละ 4,500 – 5,000 บาท ในกรณีที่เป็นหอพักธรรมดานะครับ หากเป็นคอนโดมิเนียมก็อาจจะแพงกว่านี้

  4. ค่าซื้อของใช้ หากจำเป็นที่ต้องซื้อกางเกง เสื้อผ้า รองเท้า ประมาณ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเครื่องสำอาง สบู่ ยาสีฟัน อีกประมาณ  2,000 บาท

รายได้ช่องทางเดียวที่คุณหามาได้นั้น มาหักกับรายจ่ายทั้งหมดที่มี ถามว่าคุณจะเหลือเท่าไรครับ เจ็บปวดครับ เงินจะอยู่กับเราได้เพียงไม่กี่วัน แล้วมันจะวิ่งออกไปทุกทิศทางตามรายจ่ายที่เรามี

READ  บทที่ 16 ครอบครัวสำคัญตลอดการเดินทาง

แล้วหากอยากได้มากกว่านี้จะทำอย่างไร? คุณก็ต้องขยันให้มากขึ้น ทำโอทีเยอะขึ้น ก็จะได้ค่าทำงานล่วงเวลาและเบี้ยขยัน

ดังนั้น คนที่ทำงานในลักษณะที่เป็นลูกจ้าง จึงมีข้อจำกัดหลากหลายอย่างจริงๆ

  • นายตัวเอง (Self Employed)

นายตัวเอง ธุรกิจเล็กๆ เจ้าของร้าน มีรายได้เยอะขึ้น แต่มีเวลาที่จำกัด

คนที่ทำกิจการเล็กๆ ของตัวเองก็รวมอยู่ในข้อนี้ครับ เวลาที่เริ่มทำงาน คือ เวลาตั้งแต่เปิดประตูร้านค้าครับ ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยตัวเอง แม้จะมีเงินมากขึ้น แต่อิสรภาพทางเวลานั้นก็เท่าเดิม เพราะอะไรครับ นั่นก็เพราะว่า คนที่ทำกิจการเล็กๆ นี้ ไม่มีระบบที่จะคอยทำงานแทนนั่นเอง

กล่าวโดยสรุป ใครก็ตามที่ทำงานเหมือนในลักษณะนี้ จะเรียกว่า การทำงานแบบ Active  คือ การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของรายได้ ทำให้เกิดรายได้แบบ Active Income  คือต้องทำถึงจะมีรายได้ครับ หยุดทำเมื่อไร รายได้ก็หดหาย

2. ลักษณะอาชีพที่มีรายได้ไม่จำกัด มีเวลาไม่จำกัด และมีอิสรภาพ

ใครๆ ต่างก็อยากมีรายได้ในลักษณะนี้ครับ คงไม่มีใครอยากจะทำงานภายใต้กรอบเวลาที่คนอื่นกำหนดให้ ไม่อยากจะมีรายได้ที่จำกัด ทุกคนต่างก็อยากมีอิสรภาพ มีเวลาให้กับครอบครัว มีโอกาสได้ท่องเที่ยวตามใจที่อย่างที่ฝันไว้

แต่อาชีพที่สามารถทำได้ในลักษณะนี้ จะเป็นอาชีพแบบไหน คำตอบจะตรงกันข้ามกับลักษณะงานแบบแรกเลยครับ ซึ่งจะเป็นอาชีพหรืองานที่ไม่ต้องใช้แรง ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของรายได้ อาชีพในแบบที่สองนี้ จะต้องเป็นเจ้าของระบบและเป็นนักลงทุน

  • เจ้าของระบบ (Business Owner)

นักธุรกิจ เป็นเจ้าของระบบ มีคนทำงานแทน มีรายได้ไม่จำกัด มีอิสรภาพทางเวลา

หากคุณต้องการรายได้ที่ไม่จำกัดและมีอิสรภาพทางด้านเวลา คุณต้องคิดค้นระบบของคุณเองขึ้นมา แล้วให้ระบบนั้นคอยทำงานแทนคุณแบบ 24 ชั่วโมง เมื่อระบบดีแล้วก็หาคนที่มีประสิทธิภาพมาทำงานแทน และเมื่อระบบสามารถอยู่ได้ ระบบก็จะบริหารตัวมันเองได้ และเกิดเป็นรายได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปแทรกแซงระบบแต่อย่างใด

เมื่อมีรายได้จากระบบที่ 1 ที่คุณสร้างขึ้น คุณยังสามารถที่จะเอารายได้จากระบบที่ 1 มาสร้างเป็นระบบที่ 2 – 3 – 4 – 5 ไปเรื่อยๆ กลายเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ขึ้น

จึงไม่น่าแปลกใจครับ ทำไมใครบางคนเมื่อมีความเชี่ยวชาญอะไร  สักอย่างแล้ว เมื่อสามารถสร้างระบบขึ้นได้จริง ก็สามารถที่จะเปิดธุรกิจที่ 2 และ 3  ตามมาได้ในเวลาไม่นาน

  • นักลงทุน (Investor)

นักลงทุน มีรายได้และเวลาที่ไม่จำกัด มีอิสรภาพ

การลงทุนก็เช่นเดียวกันครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนสร้างระบบขึ้นมาเอง แต่นักลงทุนจะมองหาโอกาสจากระบบของคนอื่นที่จะสามารถทำงานแทนเขาได้ จึงได้จัดสรรเงินจำนวนหนึ่งมาลงทุน อาจจะเป็นจำนวนเงินก้อนใหญ่ หรือจะทยอยลงทุนในจำนวนที่เท่าๆ กัน จนได้จำนวนที่ใหญ่มากพอ

READ  บทที่ 3 ประเมินสถานะทางการเงินของตัวเอง

เมื่อร่วมลงทุนในระบบนั้นแล้ว ผลตอบแทนที่ได้หากระบบเจริญเติบโต จะนำมาซึ่งเงินปันผล หรือผลกำไรของบริษัทที่แบ่งให้ผู้ร่วมลงทุนทุกๆ ไตรมาส เป็นต้น

เนื่องจากไม่ต้องไปสร้างระบบที่ยุ่งยากขึ้นมาเอง แต่ใช้เงินทำงานแทน จึงมีเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นแบบเหลือเฟือ ซึ่งอาจจะไปมองหาระบบอื่นๆ เพื่อลงทุนเพิ่มได้อีกอย่างไม่จำกัด ทำให้มีรายได้ที่ไม่จำกัดต่อไปไม่รู้จบ

โดยสรุปแล้ว ทั้งเจ้าของระบบและนักลงทุน มีแนวคิดที่เหมือนกัน คือ ไม่ต้องใช้แรงทำงาน เจ้าของระบบปล่อยให้ระบบเป็นคนขับเคลื่อนความสำเร็จ ในขณะที่นักลงทุนปล่อยให้เงินทุนทำงานแทน จึงมีอิสรภาพในเรื่องของเวลาและรายได้ มีความมั่งคั่งสูงขึ้น

เมื่อไม่ได้ใช้แรงทำงาน แต่เป็นรายได้ที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายตลอด 24 ชั่วโมง อันเกิดจากการขับเคลื่อนของระบบและเงินทุน ทำให้เกิดรายได้ที่เรียกว่า Passive Income ที่เรียกได้ว่า อยู่เฉยๆ ก็มีรายได้นั่นเอง

สรุป

ผมไม่ได้หมายความว่าอาชีพลูกจ้างหรือเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ไม่ดีนะครับ ผมแค่มองในเรื่องของรายได้ที่มีข้อจำกัดและมีเวลาที่จำกัดกว่า

ดังนั้น หากคุณเห็นว่าตัวเองทำงานอยู่ในลักษณะไหน ให้คิดต่อยอดไปอีกครับว่า จะมีโอกาสไหม ที่จะสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นเจ้าของระบบ หรือสามารถที่จะลงทุนในขณะที่ตัวเองยังเป็นลูกจ้างหรือเจ้าของธุรกิจเล็กๆ อยู่ พยายามฝึกแนวคิดให้มีความฉลาดมากขึ้นทุกวันๆ เมื่อเรียนรู้และเข้าใจมากพอ คุณจะไม่ได้มีรายได้เพียงช่องทางเดียวอีกต่อไป แต่คุณจะมีรายได้อีกหลากหลายช่องทาง โดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยใช้แรงมากนัก

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะครับ อย่างน้อยที่สุดรายได้จากช่องทางเดียวก็ยังดีกว่าไม่มีรายได้เลย แต่ก็อย่าชะล่าใจไป คุณควรที่จะขยายรายได้ของคุณให้เพิ่มมากขึ้น เพื่ออิสรภาพทางการเงินที่รอคุณอยู่

ความรู้ในด้านนี้ ผมได้มาจากหนังสือพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad) แต่งโดยโรเบิร์ต คิโยซากิ ผมแนะนำให้ไปหามาอ่านนะครับ คุณจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างแนวคิดของคนจนและคนรวยอย่างถ่องแท้

หนังสือ พ่อรวยสอนลูก Rich Dad Poor Dad

ตัวอย่างหนังสือ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad) จาก SE-ED Book

หรือจะฟังแนวคิดแบบเต็มๆ แบบพ่อรวยสอนลูก ดูได้จากคลิปข้างล่างๆ ได้เลยครับ **แต่ Network Twenty-One ที่มีพูดถึงในคลิป ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำ นะครับ ให้ศึกษาแนวคิดที่ได้เป็นหลักครับ

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<

ผู้เขียน: ปุ้ย-ธวัชชัย

ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *