รวยด้วยการ เปิดร้านข้าวแกง และเทคนิคเปิดร้านให้สำเร็จเร็ว

เปิดร้านข้าวแกง และเทคนิคเปิดร้านให้สำเร็จเร็ว

หากใครที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะมีธุรกิจส่วนตัว  แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ให้คิดถึง เปิดร้านข้าวแกง เนื่องจากอะไรก็ตามที่ต้องนำเข้าปาก หรือปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตแล้วล่ะก็ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรมีไว้ในโจทย์ เพราะร้านขายข้าวแกงนั้น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่กลับสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

                เปิดร้านข้าวแกงนั้นก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของชาวออฟฟิศเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าก่อนเข้างาน หรือมื้อกลางวัน การเข้าร้านข้าวแกงไม่ต้องรอคิวสั่งอาหารนานๆ แถมยังราคาถูกอีกด้วย ไม่เน้นราคาแต่เน้นปริมาณ ก็สามารถดึงดูดลูกค้าได้ทุกวันแล้วครับ

เปิดร้านข้าวแกง

ภาพจาก : page.line.me

แล้วการเปิดร้านข้าวแกง ต้องลงทุนเท่าไหร่?

                การเปิดร้านข้าวแกงนับว่าใช้ทุนไม่มากเลย หากมีทำเลที่ตั้งดีๆ หน่อย และอาหารถูกปาก ก็ขายได้กำไรต่อวันไม่น้อยเลยครับ ซึ่งทุนที่ต้องใช้ ได้แก่

                1. ทุนเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ/อุปกรณ์ตกแต่งร้าน แนะนำว่าการตกแต่งร้านไม่ต้องเน้นมากก็ได้ครับ เพียงแค่อาหารอร่อย สะอาด ก็เพียงพอแล้ว แต่หากอยากดึงดูดลูกค้าหลายๆ วัย ก็สามารถตกแต่งร้านตามสไตล์ที่ชื่นชอบได้เลยครับ

                – รถเข็น/ตู้กระจก 3,000 บาท โดยประมาณ

                – เตาแก๊ส 1-2 ถัง ต่อวัน 1,000 บาท โดยประมาณ

                – ถาดสแตนเลส หากซื้อหลายใบหน่อย ก็ตั้งไว้ที่ 800-1,000 บาท โดยประมาณ

                – จาน/ชาม/ช้อน/ส้อม/แก้วน้ำ 1,000-2,000 บาท โดยประมาณ

                – อุปกรณ์ทำครัวอื่นๆ รวมถึงโต๊ะ/เก้าอี้ 3,000-5,000 บาท โดยประมาณ

                2. ทุนหมุนเวียน จะเป็นพวกวัตถุดิบในแต่ละวันครับ ซึ่งการทำข้าวแกงของจะเสียง่าย จึงต้องมีวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ผัก เป็นต้น ตั้งไว้ที่ 2,000-3,000 บาท/วัน

                3. ทุนสำรอง ในส่วนนี้จะใช้ต่อเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้าง/ค่าแรง ค่าซ่อมแซมวัสดุ/อุปกรณ์ ฯลฯ ตั้งไว้ที่ 3,000-5,000 บาท โดยประมาณ

                ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น หากคุณตรวจสอบราคาหลายๆ ที่ ก็จะสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าได้ ก็จะได้ราคาที่ถูกลง และลดค่าใช้จ่ายไปเยอะเลยครับ ยิ่งเป็นร้านขายส่ง ซื้อแบบยกโหลเลยก็จะยิ่งถูกไปอีก

6 เคล็ด (ไม่)ลับ เปิดร้านขายข้าวแกงให้ประสบความสำเร็จ

            1. ก้าวออกจากความกลัวของตัวเอง ไม่ว่ากลัวขายไม่ได้ กลัวทำไม่อร่อย กลัวลูกค้าไม่ชอบ ขอให้ก้าวออกจากความกลัวของตัวเองก่อนเลยครับ ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง หากมีการติชมก็ให้นำไปปรับปรุง รับรองได้ใจลูกค้าแน่นอน

            2. สูตรลงตัว รสชาติถูกปาก คุณจะต้องศึกษาในเรื่องของเมนูอาหารมากๆ ครับ ว่าเมนูไหนลูกค้าจะชอบ และมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ เช่น ภาคอีสานอาจจะเน้นรสชาติเด็ด จัดจ้าน อย่างส้มตำ เป็นต้น

                3. เลือกเมนูให้น่าสนใจ เมนูต่างๆ ในร้านควรมีเมนูหลัก และเมนูเสริมให้น่าสนใจ และสลับสับเปลี่ยนบ้าง เพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อจนเกินไป และลูกค้าจะได้ลองเมนูอาหารใหม่ๆ อยู่ตลอด

                4. หาแหล่งวัตถุดิบให้มีคุณภาพ เนื่องจากต้องประกอบอาหารสดใหม่อยู่ทุกวัน ควรเลือกวัตถุที่มีคุณภาพหน่อยครับ อาหารไม่ค้างคืน ก็จะคงรสชาติที่ดีไว้ได้

                5. ทำเลการขายเป็นสิ่งสำคัญ หากพื้นที่นั้นๆ ร้านข้าวแกงของคุณเป็นร้านแรกๆ ถือว่าได้เปรียบมากครับ แต่หากมีร้านข้าวแกงอยู่แล้ว ก็ต้องสร้างจุดเด่นและความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ได้

                6. ความสะอาดคือหน้าตาของร้าน ไม่ว่าร้านอาหาร หรือร้านข้าวแกง การรักษาความสะอาดมักจะเป็นอันดับต้นๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นหน้าตาของร้านเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าแม่ครัว พ่อครัว หรือพนักงาน รวมถึงสถานที่ หากมีความสะอาดสะอ้าน ประกอบอาหารถูกหลักอนามัยก็จะเป็นที่ยอมรับของลูกค้า และขายกันได้ยาวๆ เลยครับ

                นอกจากปัจจัยหลัก 6 ข้อที่กล่าวมานั้น ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุณจะต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด ว่าทำแบบไหนจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด เช่น การจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ในวันสำคัญต่างๆ หรือจะเป็นเด็ก คนชรา ทานฟรี เป็นต้น

                สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้เลย คือเรื่องของใจรักบริการครับ ไม่ว่าจะกิจการใดๆ อาชีพใดๆ ล้วนอาศัยการบริการเป็นหลัก หากเจ้าของร้านสุภาพ อัธยาศัยดี ผมเชื่อว่าลูกค้าติดใจ และกลับมาทานซ้ำอีกแน่นอนครับ

บรรยากาศ ร้านข้าวแกง

ภาพจาก : edtguide.com

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thaismescenter.com

**ภาพปกจาก pixabay.com

About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*