บทที่ 13 เป็นหนี้ดีไหม? ก่อนเป็นหนี้…คิดดีหรือยัง?

จะเป็นหนี้ คิดดีหรือยัง

เป็นหนี้ดีไหม? ผมเคยอธิบายแล้วนะครับว่า หนี้ดีและหนี้เสีย นั้นต่างกันอย่างไร เมื่อคุณรู้แล้วว่าอะไรคือหนี้ดีและหนี้เสีย คุณก็จะเลือกที่จะรับหรือจะปฏิเสธได้ง่ายครับ

เป็นหนี้นั้นง่าย แต่ก่อนเป็น ให้คิดเสียก่อนว่า ควรเป็นหนี้ดีไหม

เป็นหนี้ดีไหม ก่อนเป็นหนี้ ต้องคิดให้รอบด้าน

ผมว่าคนไทยเราสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมาก นักเรียน นักศึกษามีเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ชาวบ้านเกษตรกรยังมีกองทุนหมู่บ้านให้สามารถกู้ยืมเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัวหรือลงทุนในระดับครัวเรือนได้ และนอกจากนี้เกษตรกรก็ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเงินมาใช้เป็นทุนในการทำการเกษตร

วัยทำงานยิ่งง่ายเลยครับ พอทำงานมาได้สักระยะหนึ่ง มีสลิปเงินเดือน มีประกันสังคม มีที่อยู่ในการทำงานเป็นหลักแหล่ง มี Statement สวยๆ มีเงินไหลเข้า ไหลออกอยู่เสมอ ทางเลือกของคุณจะเข้ามาครับ คุณจะมีสินเชื่อให้เลือกใช้ตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อที่อยู่อาศัย อยากได้รถยนต์คันงาม อยากได้มือถือรุ่นใหม่ คุณมีโอกาสได้หมดทุกอย่าง

สำหรับข้าราชการ ยิ่งง่ายมากขึ้นไปอีก เพราะสถาบันการเงินทั้งหลายมีความเชื่อว่าคนทำงานข้าราชการมีความมั่นคงสูง เมื่อเป็นหนี้แล้วสามารถที่จะหักหนี้จากเงินเดือนได้เลยทันทีเพื่อนำเข้าสู่ระบบ และสามารถหักได้จนกว่าคุณจะเกษียณอายุราชการ หนี้บ้านยังผ่อนได้ยาวนานถึง 30 ปี

สำหรับคนที่ทำงานอิสระครับ หรือที่เรียกว่า Freelancer สถาบันการเงินจะปล่อยให้กู้ได้ครับ หากว่าคุณมีหลักฐานที่แสดงถึงที่มาของรายได้อย่างชัดเจน หลักฐานดูได้จาก 2 ช่องทางนะครับ  จะเป็นการดูการเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดที่ไหลเข้าบัญชีของคุณก่อน แล้วก็จะขอเอกสารใบหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณได้รับเงินจากการทำงานอิสระของคุณจริงๆ หากคุณมีหลักฐาน 2 ชิ้นนี้ คุณก็สามารถที่จะกู้เงินได้ง่ายเช่นกัน

ในเมื่อเป็นหนี้กันง่ายมาก สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดก็คือ คุณจะนำเงินเหล่านี้ไปทำอะไร ผมกลัวว่าคุณจะนำเงินไปใช้สร้างหนี้เสียครับ ผมกลัวว่าคุณจะนำมันไปใช้ไปซื้อสิ่งที่เสื่อมค่าที่พร้อมจะควักเงินออกจากกระเป๋าของคุณแทนการไปซื้อทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่าเข้ากระเป๋า

ผมขอแบ่งปันประสบการณ์จากชาวบ้านที่ผมรู้จัก เพราะผมก็อาศัยอยู่ในชุมชนชนบทเหมือนกัน กองทุนหมู่บ้านนั้นกู้ง่ายครับ มีกี่กองทุนชาวบ้านเอาหมด บางคนได้กองที่ 1 แล้วยังไปกู้กองทุนที่ 2 กองทุนที่ 3 ต่อ ผมเคยแอบถามว่า จะเอาไปทำอะไรครับคุณป้า ชาวบ้านก็บอกว่าเอาไว้ใช้จ่าย

เท่านั้นยังไม่พอ ชาวบ้านที่เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ก็มักจะกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาด้วย ชาวบ้านบางคนยังมีหนี้สินจากการหยิบยืมญาติพี่น้อง หรือหนี้นอกระบบด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลต่างก็ปวดหัวที่จะแก้ไข เพราะมันแก้ได้ยากมาก เรียกได้ว่าเป็นหนี้ซ้ำซ้อนกันเลยทีเดียว เมื่อเป็นหนี้ที่เกิดจากหนี้เสีย ก็ต้องขยันครับ ทำให้ต้องไปทำงานเพื่อนำรายได้มาจ่ายหนี้ที่สร้างขึ้นมาโดยที่ไม่จำเป็น

คนเราหากแข็งแรงดีอยู่ก็ไม่มีปัญหาครับ ยังพอจะหมุนเงินได้ แต่ถ้าสะดุดเจ็บไข้ได้ป่วยเมื่อไหร่ ตอนนั้นล่ะครับ คุณจะรู้ซึ้งถึงหนี้เสียที่คุณมี

อย่าลืมว่าอะไรก็ไม่แน่นอนเสมอไป แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ดอกเบี้ยที่เดินทุกวันและทำงานทุกวัน เมื่อถึงเวลาจ่าย คุณก็ต้องไปจ่าย หากไปจ่ายในรอบตามกำหนดไม่ทัน มันก็เพิ่มค่าของตัวเองแบบทบต้นทบดอกครับ ทำให้ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสะสมกันไปอย่างต่อเนื่อง คุณลองคิดดูนะครับว่าหากคุณมีหนี้หลายกอง คุณจะบริหารจัดการชีวิตอย่างไร เพื่อให้คุณปลอดภาระหนี้สิน ผมรู้สึกเหนื่อยแทนชาวบ้านทุกครั้ง เมื่อได้ยินการประกาศแจ้งให้ไปชำระหนี้ หลายคนวิ่งไปหยิบยืมญาติๆ เพื่อมาจ่ายพร้อมกับสัญญาว่าหากเงินกู้งวดใหม่ออกแล้วจะนำมาคืน มันก็เป็นวังวนหนี้ที่ไม่รู้จักจบสิ้น

อุดรูรั่ว — เลือกรับเฉพาะหนี้ดีที่สร้างทรัพย์สิน

สิ่งที่ผมอยากนำเสนอก็คือ ก่อนที่คุณจะไปเป็นหนี้นั้น คุณคิดดีหรือยังครับ ว่า การเป็นหนี้ดีไหม? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีอิสรภาพทางการเงิน ให้คิดก่อนใช้ครับ ให้คิดให้เยอะๆ อะไรที่เป็นหนี้ดีที่ก็ควรทำ อะไรที่เป็นหนี้เสีย ก็ควรปฏิเสธ  อุดรูรั่วดีไหมครับ หยุดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของคุณออกไป

หากคุณมีความฉลาดทางการเงินแล้ว และเข้าใจว่าคุณจะนำเงินก้อนนั้นไปใช้ทำอะไรเพื่อเพิ่มรายได้ และสร้างทรัพย์สินให้กับตัวคุณเอง คุณศึกษาและทำความเข้าใจ ลองทำแผนธุรกิจดูแล้วพบว่าจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อยู่บนกระดาษ นั่นเป็นโอกาสของคุณครับ โอกาสที่จะใช้เงินของคนอื่นมาทำงาน ซึ่งภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า OPM – Other People’s Money

ถ้าคุณจะไปกู้ยืมเงินมาลงทุน คุณก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง คุณก็จะได้ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีกช่องทาง

OPM – Other People’s Money เป็นการใช้เงินของคนอื่นเพื่อนำมาสร้างการเติบโตให้กับทรัพย์สินของเราครับ ยกตัวอย่างเช่น ยืมเงินจากธนาคาร มาลงทุนสร้างบ้านให้เช่า เมื่อนำรายได้จากค่าเช่ามาหักค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลือส่งธนาคาร จะถือได้ว่าหนี้สินนี้เป็นหนี้ดีครับ ทรัพย์สินที่คุณมีสามารถเพิ่มคุณค่าด้วยตัวมันเอง ในที่สุดก็จะสามารถจ่ายเงินกู้ได้ทั้งหมด เป็นการใช้เงินคนอื่นทำงาน เป็นแนวคิดที่สุดยอดมากครับ แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะหากเราไม่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่จะทำดีแล้ว โอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จก็สูงเช่นกันครับ ผมถึงได้บอกว่า ให้ทำแผนธุรกิจดีๆ ให้รู้จักกำไรหรือขาดทุนตั้งแต่อยู่บนกระดาษ อย่าลืมนะครับว่า เงินที่คุณนำออกมาใช้นั้น ไม่ใช่เงินของคุณ ควรใช้อย่างระมัดระวัง

หากนำเงินมาใช้ผิดวัตถุประสงค์  โอกาสที่คุณจะมีปัญหากับหนี้ก้อนนี้มีสูงเลยครับ ผมเคยเห็นคนที่สูญเสียบ้านและที่ดินเพราะเรื่องแบบนี้มานักต่อนัก

ผมไม่อยากให้คุณเป็นเช่นนั้น มีสติตั้งแต่วันนี้ ศึกษาและเรียนรู้ความฉลาดทางการเงินให้มากๆ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในการบริหารเงินของคนอื่น

บทพิสูจน์จากตัวผมเอง

เมื่อ 5 ปีก่อน ผมเคยถามตัวเองเสมอครับว่า ทำไมเรามีเงินไม่พอใช้ ทำไมเราถึงไม่มีรถ ไม่มีบ้านเหมือนคนอื่น ผมต้องหาคำตอบจนกระทั่งคำตอบที่ผมได้เกิดจากการที่ผมมีที่ปรึกษาทั้งทางตรงและทางอ้อม

ผมดีใจมากครับ ที่วันนั้นผมไม่ได้หลงเข้าไปในระบบ ไม่ได้ตัดสินใจเป็นหนี้ ผมพาตัวออกห่างจากระบบที่อาจจะนำไปสู่การก่อหนี้เสีย และมาฝึกสร้างช่องทางอันจะนำมาซึ่งรายได้ให้มีหลากหลายช่องทางมากขึ้น ให้เกิดเป็น Passive Income ขึ้นมา

5 ปีต่อมา หลังจากที่ผมมีความฉลาดทางการเงินมากพอ หลังจากที่ผมได้มีความรู้ทางด้านการตลาดมากขึ้น ผมสามารถที่จะซื้อบ้านได้หลังใหญ่เพียงพอสำหรับครอบครัวของผม และมีรถสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่ผมคิดว่ามีความเหมาะสมแล้ว โดยที่ผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องของการเงินเลยแม้แต่เดือนเดียว

แค่เพียง 5 ปี ผมก็ได้ทุกอย่างตามที่ผมอยากได้ แค่คุณต้องใจเย็นครับ อดทนรอคอยความสำเร็จให้ได้ ค่อยๆ เพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน อุดรูรั่วที่จะเป็นรายจ่ายที่ไร้ประโยชน์ให้เร็วที่สุด ไม่ก่อหนี้เสียเพิ่ม ผมเชื่อว่าคุณจะร่ำรวยและมีความมั่งคั่งภายใน 10 ปีแน่นอนครับ

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<
About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*