เมษายน 5, 2020

ไมเคิล เดลล์ จุดเริ่มต้นของชีวิตเกิดจากการที่เราทำในสิ่งหนึ่งให้เกิดเป็นผลงาน

เส้นทางความสำเร็จแห่งชีวิต บางครั้งการศึกษาที่คนส่วนใหญ่มองว่าสำคัญเป็นใบเบิกทางในอนาคตให้กับเราได้เป็นอย่างดี เป็นเครื่องการันตีความรู้ เป็นที่ยอมรับของคนหมู่มาก กว่าที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ต่างก็ต้องมองว่าการศึกษาคือสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวไปยังจุดสูงสุดของชีวิต เปรียบเสมือนเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ

แต่มีหลายท่านที่เคยประสบความสำเร็จในชีวิตมาแล้วและเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก เขาเลือกที่จะลาออกจากการศึกษา และผันตัวเขามาทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าการทำในสิ่งที่ตนเองรู้และเข้าใจรวมถึงรักในสิ่งที่กำลังทำ และสร้างผลงานที่กำลังทำอยู่นั้นออกมาให้ดีที่สุด และเป็นมูลค่ามากที่สุด เหมือนกับแนวคิดความสำเร็จของชายท่านี้

ไมเคิล เดลล์ (อังกฤษ: Michael Dell) เป็นผู้ก่อตั้งเดลล์คอมพิวเตอร์ Dell โดยลาออกจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสกลางครัน เพื่อทำธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เขายังมีงานหนังสืออย่าง ส่งตรงจากเดลล์ (Direct from DELL) ซึ่งมีการจัดแปลเป็นภาษาไทยโดย สำนักพิมพ์ซีเอ็ดบุ๊คส์ ด้วยเช่นกัน และยังถือว่าเขาก็เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก

คนที่ประสบความสำเร็จ จะมีวิธีคิดที่แตกต่างจากคนอื่นเสมอ ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) CEOหนุ่มอายุน้อย เจ้าของบริษัท เดลล์ ผู้ผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรายใหญ่ที่สุดของโลก เขาเป็นบุคคลต้นแบบของคนในยุคนี้ เดลล์ก่อตั้งบริษัทในขณะที่มีอายุเพียง 19 ปี และสามารถประสบความสำเร็จได้รับการยกย่องจากนิตยสารอิงค์ ในปี 2533 ให้เขาเป็นนักธุรกิจแห่งปีด้วยวัยเพียง 24 ปี

นอกจากนั้น ไมเคิล เดลล์ ยังได้รับยกย่องจากนิตยสารฟอร์จูน ประกาศให้เขาเป็น CEO เจ้าของบริษัทที่มีอายุน้อยที่สุด และตามด้วยตำแหน่ง CEO แห่งปีจากนิตยาสารเวิร์ธ, ไฟแนนเชียลเวิร์ล อินดัสตรี วีค และ ชิป เอ็กเซกคูทีฟ สิ่งที่ทำให้ ไมเคิล เดลล์ ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะเขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะพ่อแม่มีการศึกษาและหน้าที่การงานที่ดี แต่เป็นเพราะเขารู้จักคิดวิเคราะห์และกล้าที่จะเริ่มต้นทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบโดยไม่กลัวความล้มเหลวเพราะเชื่อมั่นในพรสวรรค์ที่เขามีอยู่ในตัวเอง รวมถึงการมีวิธีคิดที่แตกต่าง ส่งผลให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และมีธุรกิจที่โดดเด่นเป็นของตนเองและสร้างผลงานอันเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก

ด้วยมุมมองและวิธีคิดที่สามารถตอบโจทย์และสร้างความสำเร็จให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดีจึงทำให้เขายืนอยู่บนเส้นทางของความสำเร็จ และทำในสิ่งต่างๆ ที่เขารักและเลือกที่จะทำมัน ดั่งวิธีคิดของเขาดังนี้

1.เข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้น

2.มองหาการทดลอง

3.มีไหวพริบ

4.สร้างวัฒนธรรมในองค์กร

5.พึงระลึกไว้เสมอเวลาที่ยากลำบาก มักทำให้เราเข้าถึงโอกาส

6.กล้าที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

7.ยอมรับความเสี่ยง

8.พัฒนาความสัมพันธ์ของหุ้นส่วน และ พันธมิตร

9.รักที่จะทำ

10.ความล้มเหลวนำเราสู้ความสำเร็จ

ซึ่งทั้งหมดนี้คือวิธีการคิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึงความสำเร็จ ในสิ่งที่เขากำลังทำมันอยู่ และกว่าจะทำอะไรให้เป็นผลสำเร็จได้โดยเร็วนั้นมันเป็นเรื่องที่สวนทางกับความเป็นจริง แต่ในเมื่อเราเข้าใจในสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยความเสี่ยงทั้งหลายแล้ว ย่อมจะทำให้เรารู้จักทางออกและหนทางแก้ไขสำหรับสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี การทำธุรกิจก็เปรียบได้กับการที่เรานั่งทำงานอยู่ในห้องทดลอง อาจจะมีผิดพลาดและล้มเหลวไปบ้าง แต่ในความสำเร็จทั้งหลายมันก็เกิดขึ้นได้จากความผิดพลาดนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/ไมเคิล_เดลล์

https://www.leaderwings.co/business/michael-dell-2/

ขอบคุณภาพจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/ไมเคิล_เดลล์

Facebook Comments

ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

View all posts by →