“เข้าไม่ได้นะคะ” เปลี่ยนคำนี้ เป็นคำอะไรถึงจะดีต่อใจลูกค้า

วันนี้ผมได้มีโอกาสพาลูกไปซื้อจิ๊กซอว์ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไปถึงห้างในเวลา 1 ทุ่ม พอแวะเข้าห้าง ลูกชายตื่นเต้นมาก เห็นไดโนเสาร์ หลายตัว ส่ายหัวไปมา พร้อมกับมีเสียงไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ประกอบ ยิ่งได้ยิน ยิ่งตื่นเต้น ผมจอดรถ จูงแขนลูกขายไปดูใกล้ๆ

แค่เปลี่ยนคำพูด ธุรกิจอาจมีกำไรเท่าตัว

ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงผู้หญิง ลอยมาแต่ใกล ตะโกนว่า “เข้าไม่ได้นะคะ” แบบห้วนๆ

ผม ลูก และภรรยา หันขวับ มองตามเสียงนั้นทันที เห็นพนักงานที่ดูแล กำลังจัดแต่งสถานที่ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ขณะที่เจ้าของเสียงยังก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

ผมมองหน้าลูกชาย สีหน้าเปลี่ยน จากที่กำลังตื่นต้นอยู่ดีๆ กลายเป็นผิดหวังขึ้นมาทันที

ผมเอามือลูบหัวเบาๆ แล้วก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ เขายังไม่เปิดให้เข้าดู วันไหนเขาเปิดแล้วเราค่อยมานะครับ” แล้วจึงพาลูกชายไปที่ร้านหนังสือเพื่อเลือกซื้อจิ๊กซอร์ตามที่แกตั้งใจไว้ตั้งแต่ออกจากบ้าน

ผมกลับมาคิดต่อที่บ้านว่า เอ…. จะดีกว่าหรือไม่ ที่พนักงานที่ดูแลเปลี่ยนเป็นคำอื่นแทน เช่น

“ขอโทษค่ะ วันนี้เรายังไม่พร้อมให้บริการนะคะ พรุ่งนี้เปิดให้บริการแล้วค่อยมาใหม่นะคะ”

“ขอโทษค่ะ วันนี้เรายังไม่เปิดนะคะ จะให้บริการพรุ่งนี้เป็นวันแรก เลิกเรียนแล้วค่อยแวะมาดูนะคะ บัตรเข้าชม …. บาท”

หรืออาจจะเป็นคำพูดอื่นๆ ที่เด็กๆ ฟังแล้ว ยังดีต่อใจ อยากมาดูที่นี่อีก

และจะดีมากเลย หากพี่คนนั้น จะเดินมาหาลูกค้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวล แทนการตะโกนบอกลูกค้า แบบเสียงแข็งๆ

เชื่อแน่ๆ เลยว่า ลูกชาย หากได้ยินพนักงานบริการที่พูดอย่างมีศิลปะแล้ว จะต้องไปบอกเพื่อนๆ ชวนกันมาดูไดโนเสาร์ กันอีกหลายคน

นอกจากจะรักษาลูกค้าไว้ ยังอาจจะได้ลูกค้าอีกหลายคนตามมา

ฝากให้คิดนะครับ เราไม่ใช่คนโลกสวย แต่อยากได้ยินคำพูดที่ฟังแล้ว ทำให้โลกสวยขึ้น น่าฟัง น่าใช้บริการ จริงไหมครับ???

ผู้ประกอบการ หากมีลูกน้องที่ใช้คำพูดน่ารัก น่าฟัง ก็ย่อมเป็นที่ประทับใจลูกค้าตลอดไป