ถอดบทเรียน “JACK MA” อะไรคือ Key Success!!   

Jack Ma

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ประวัติของ “แจ็ค หม่า (Jack Ma)” ประธานกรรมการบริหาร อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) มหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของเอเชียและระดับโลก ที่มีประวัติและแนวคิดที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของใครหลายคน ซึ่งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขายังได้มาเยือนประเทศไทยแบบตัวเป็นๆ แถมยังสร้างปรากฎการณ์

“ขายทุเรียนไทย 8 หมื่นลูกใน 1 นาที” ผ่าน Tmall.com บริษัทในกลุ่มอาลีบาบา !!

การมาเยือนของ “แจ็ค หม่า” และทีมงานครั้งนี้ เพื่อลงนามในความร่วมมือทางธุรกิจหลายประการกับรัฐบาลไทย โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย

นอกจากนี้ยังมีส่วนที่อาลีบาบากรุ๊ปจะลงทุนเองอีกต่างหาก มูลค่าการลงทุนราว 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้าง Smart Digital Hub ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นทำเลทองของเศรษฐกิจไทย

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ แค่อยากให้ผู้อ่านเห็นภาพความเชื่อมโยงระหว่างมหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง แจ็ค หม่า กับประเทศไทย ที่เพิ่งเริ่มต้นเกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม และแน่นอนที่สุดว่า

แนวคิดของ jack ma – เขาคือบุคคลต้นแบบของนักธุรกิจ ผู้ที่เริ่มต้นจากศูนย์ !

วันนี้ผมจึงอยากจะเสนอมุมมอง มุมคิดที่น่าสนใจ ด้วยการถอดบทเรียนของ แจ็คหม่า อย่างน้อย ผมเชื่อว่าคุณอาจจะได้พลัง ได้ไอเดีย ได้กำลังใจในการต่อสู้ ในฐานะ “คนกล้าฝัน” คนหนึ่ง

เพราะการที่คุณอ่านบทความมาถึงตอนนี้ แปลว่า คุณคือ คนหนึ่งที่มีแนวคิดอยากจะหลุดจากสนามแข่งหนู และกำลังมองหาแนวคิด แนวทางในการสร้างกิจการ ซึ่งกว่าที่ แจ็ค หม่า จะมาถึงวันนี้ มันไม่ง่าย และไม่ใช่เรื่องของ “โชคช่วย” อย่างแน่นอน

แนวคิดของ jack ma

ขอบคุณภาพจาก zycrypto.com

1. แจ็คหม่า ทำวิจัย อยู่ตลอดเวลา

ถามว่าทําไมเว็บไซต์เขาจึงใช้ชื่อ “อาลีบาบา”? แจ็ค หม่า คิดไว้ไกลมากตั้งแต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เว็บนี้จะแจ้งเกิดหรือไม่ ชื่อนี้คือชื่อของตัวละครในนิทานอาหรับเรื่อง “อาลีบาบากับ 40 จอมโจร” ซึ่งดังมากในระดับสากล เขาอยากให้คนรู้จักเว็บเขาในระดับสากล เขาจึงต้องการใช้ชื่อนี้

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัวร์ เขาได้เดินสอบถามผู้คน สุ่มไปตามท้องถนน ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ที่ซานฟรานซิสโก และมีโอกาสได้สอบถามผู้คนมากกว่า 30 คนซึ่งล้วนมาจากหลากหลายประเทศ จนเขามั่นใจว่า ชื่อนี้มีคนรู้จักไปทั่วโลกจริงๆ จึงตัดสินใจใช้มัน

แนวคิดของ jack ma

ขอบคุณภาพจาก afr.com

2. ศรัทธาในตัวเองอย่างแรงกล้า

“แจ็ค หม่า” หลังจบมัธยมต้น เขาต้องสอบเข้าระดับมัธยมปลายถึง 2 ครั้ง และคุณรู้ไหมครับ…เขาสอบเอ็นทรานซ์เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยถึง 3 ครั้ง!

ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ แต่ละครั้งของการสอบเอ็นทรานซ์ คะแนนที่ออกมาเรียกว่า “ห่วยแตก” มาก ถ้าเป็นเรา…ลองคิดดูดีๆ นะครับ เราจะยังคงพยายามต่อมั๊ย? เป้าหมายเราจะยังคงแน่วแน่มั๊ย? เพราะเราต้องต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับคำดูถูกจากสังคมรอบข้างว่าเป็นคนหัวไม่ดี ไม่มีทางสอบเข้าได้หรอก

แต่คงไม่ใช่สำหรับ แจ็ค หม่า ที่พยายามสอบเอ็นทรานซ์ถึง 3 ครั้ง ในช่วงรอยต่อของชีวิต โดยครั้งแรกตอนเขาอายุ 18 ปี แต่การสอบเอ็นทรานซ์ครั้งแรกไม่ผ่าน

เขาได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์แค่ 1 คะแนน…คุณอ่านไม่ผิดครับ 1 คะแนน!

ต่อมาเขาสอบอีกเป็นครั้งที่ 2 รอบนี้เขาทำได้ดีขึ้น โดยในวิชาคณิตศาสตร์เขาได้ 19 คะแนน แต่ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ดี  ลองนึกดูเล่นๆ หากเป็นเรา เราอาจจะเลิกสอบไปตั้งแต่ที่สอบจบไปในครั้งแรกแล้วพบว่าไม่ผ่าน

รอบที่ 3 เขาตัดสินใจสอบอีกครั้ง ซึ่งขณะที่สอบรอบ 3 นี้เขาอายุ 20 ปี และความพยายามของเขาก็สำเร็จ แม้จะผ่านมาได้แบบทุกลักทุเล โดยรอบนี้เขาได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ 79 คะแนน ถือว่าผ่านจากคะแนนเต็ม 120

แนวคิดของ jack ma

ขอบคุณภาพจาก jingdaily.com

3. เขาสร้างแรงบันดาลใจจากต้นแบบ

การที่ แจ็ค หม่า ใช้ความอึดสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึง 3 ครั้งนั้น มีที่มาที่ไปของแรงบันดาลใจที่เขาใช้ในการต่อสู้ แม้ว่าคนรอบข้างไม่เชื่อมั่น ไม่ศรัทธาเขาแล้ว ประกอบกับพ่อและแม่ก็ไม่ได้คาดหวังแล้วว่าเขาจะต้องเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้

แต่ส่วนหนึ่งเกิดจาก การที่เขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง จากผู้อื่นซึ่งเป็นต้นแบบที่เขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัย ทัศนคติ หรือค่านิยม

เห็นได้จากตอนที่เขาสอบไม่ผ่านในครั้งแรก ช่วงนั้น เขารับทำงานพิเศษขนส่งหนังสือ และมีโอกาสได้หนังสือนวนิยายมาเล่มหนึ่ง จัดว่าเป็นหนังสือสุดวิเศษที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา ชื่อหนังสือ “เหรินเซิง” เขียนโดย ลู่เหยา

“เส้นทางของชีวิตแม้จะยาวไกล แต่จังหวะสำคัญมักมีเพียงไม่กี่ก้าว โดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาว”

ข้างบนนี้คือหนึ่งในประโยคทองในนวนิยายเล่มนี้ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มอย่าง แจ็ค หม่า…แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำได้สำเร็จได้ตามเป้าหมายทันที ในการสอบเอ็นทรานซ์ครั้งที่ 2

แจ็ค หม่า ยังชื่นชอบซีรีส์ชื่อดังอย่าง “ยอดหญิงชิงโอลิมปิก” เป็นละครที่ทำให้ เขา เกิดพลัง เกิดแรงบันดาลใจในการต่อสู้เป็นรอบที่ 3

ด้วย “คุณลักษณะส่วนบุคคล” ของยอดหญิงในซีรีส์ ที่มีความมุมานะ แน่วแน่ ยึดมั่น ทำให้แจ็ค หม่า ชื่นชอบและนำมาเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นพลังที่ทำให้เขาฮึดสอบเข้ามหาวิทยาลัยรอบที่ 3 และรอบนี้ เขาทำสำเร็จ

สำเร็จด้วยตัวเขาเอง หรือเพราะโชคช่วย

ขอบคุณภาพจาก financialexpress.com

4. สำเร็จด้วยตัวเขาเอง หรือเพราะโชคช่วย?

ในทางธุรกิจแม้เขาจะไม่มีความรู้เรื่องไอที เรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องการเขียนโปรแกรม แต่นั้นไม่ใช่ “ข้ออ้าง” ในการล้มเลิกความฝัน ทุกอย่างทำบนความ “ไม่เป็น” “ไม่พร้อม” แสดงว่า “ใจตัวเอง” ต่างหากที่จะตอบคำถามตัวเองได้ดีที่สุด

ลองคิดดูนะครับ หากวันนั้นเขามี “ข้ออ้าง” ว่าไม่พร้อม ไม่กล้าทำ ไม่เคยทำ ไม่กล้าเสี่ยง ไม่มีเงินทุน และอีกสารพัดข้ออ้าง วันนี้ก็คงจะไม่มีเว็บไซต์ชื่อดังระดับโลกอย่าง “อาลีบาบา” หัวหอกใหญ่ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศจีน ไม่มีมหาเศรษฐีที่ชื่อ แจ็ค หม่า ที่มีพื้นฐานเริ่มต้นจาก คนจนๆ จริงๆ ให้เราได้ศึกษาและถอดบทเรียนเช่นนี้

ในอีกมุมหนึ่ง อาจมองได้ว่า เป็นไปได้หรือไม่การที่ “แจ็ค หม่า” ประสบความสำเร็จได้นั้น เป็นเพราะเขาเริ่มทำเว็บไซต์เป็นคนแรก และในตอนนั้นคนจีนยังไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต แถมจำนวนประชากรจีนยังมากสุดเป็นอันดับ 1 ในโลก

ด้วยความที่ ประชากรจีนมากสุดเป็นอันดับ 1 ในโลก การที่ใครคนหนึ่งจับธุรกิจถูกทาง แค่ฐานลูกค้าเป็นคนในประเทศก็เกินพอแล้วที่จะยิ่งใหญ่ในสมรภูมิของธุรกิจ ไม่ว่าจะเทคโนโลยี หรือธุรกิจอื่นๆ ดังนั้น คนอื่นมาทำ ก็น่าจะสำเร็จได้เช่นกัน หรือเปล่า?

ขนาดของตลาด ความสดใหม่ของธุรกิจ อาจจะมีส่วนช่วยในเรื่องความสำเร็จนะครับ แต่ส่วนตัวผมมองว่า ไม่ใช่แค่นี้แล้วมันจะสำเร็จไปเสียทั้งหมดเพราะองค์ประกอบของความสำเร็จมันมีมากกว่านั้น และหลายสิ่งในตัวเขาที่คนอื่นไม่มี

แจ็ค หม่า คือสุดยอดนัก HRD

ขอบคุณภาพจาก gulfelitemag.com

5. แจ็ค หม่า คือสุดยอดนัก HRD

แม้เขาเรียนไม่เก่ง แต่เขา “เก่งคน” เรื่องนี้เป็นสมรรถนะ (Competency) ที่สำคัญ ของคนที่เป็นผู้นำองค์กร ผู้บริหารในปัจจุบันมุ่งแต่ให้ความสำคัญกับมิติด้านการเงิน แต่ยังไม่ get ในมิติของการ “เก่งคน” โดยเฉพาะองค์กรในระยะเริ่มต้นที่อาจจะเร่งสร้างกำไรเพียงอย่างเดียว

แน่นอนครับว่า การโฟกัสด้านการเงิน จะทำให้ธุรกิจเติบโต แต่มันไม่ใช่การเติบโตแบบยั่งยืน (Sustainable) หากผู้บริหารไม่ใส่ใจให้ครบในทุกมิติ หนึ่งในนั้นคือมิติด้านการพัฒนาคน ด้วยเครื่องมือต่างๆ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น การเป็นพี่เลี้ยง (ให้คำแนะนำ สอนงาน) การโค้ช (ผู้ที่โค้ชไม่จำเป็นต้องเก่งในเรื่องนั้นๆ แต่มีความสามารถกระตุ้นผู้อื่นให้พัฒนาในเรื่องนั้นได้) 

“แจ็ค หม่า” ได้ถึงบางอ้อในเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว เขา “เก่งคน” มาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาเป็นครูมาก่อน จึงมีทักษะในการสอน และการเป็นผู้ให้ นั่นจึงไม่แปลกเลยว่า แม้เขาไม่เก่งในเรื่องไอที คอมพิวเตอร์  มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะมาสกัดกั้นความสำเร็จเขา ดังคำพูดของเขาที่ว่า

“ผมไม่ได้เรียนมาทางเทคนิค ผมไม่รู้เรื่องไอทีจริงๆ ผมไม่รู้เรื่องผลิตภัณฑ์ด้วย แต่ภายหลังผมพบว่ามีด้านหนึ่งที่ผมทำได้ ก็คือการบริหาร การเป็นผู้นำ ทำอย่างไรให้ความคิด ความฝันกลายเป็นความจริง” (JACK MA อาลีบาบา เขย่าโลก.นนทบุรี; ปราณ,2558.)

“คนนอกอาชีพสามารถเป็นผู้นำคนมืออาชีพได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ต้องให้เกียรติคนมืออาชีพ” (JACK MA อาลีบาบา เขย่าโลก.นนทบุรี; ปราณ,2558.)

สิ่งเหล่านี้ น่าจะสะท้อนถึงสมรรถนะด้านการบริหาร การพัฒนาผู้อื่น ในแบบฉบับของนัก HRD สไตล์ แจ็ค หม่า ได้เป็นอย่างดี   

“ความล้มเหลว” คือ “การลงทุน” เพื่อรอคอยความสำเร็จ

ขอบคุณภาพจาก bwdisrupt.businessworld.in

6. “ความล้มเหลว” คือ “การลงทุน” เพื่อรอคอยความสำเร็จ

ก่อนอายุ 30 ปี ชีวิตของ แจ็ค หม่า แทบจะไม่เคยสัมผัสกับความสำเร็จเลย แม้ลึกๆ ในใจของเขาจะสะกดคำว่า “สำเร็จ” อยู่ตลอดเวลา แต่มันไม่ง่ายกว่าที่วันนั้นจะมาถึง และเขาไม่มีทางรู้ เขารู้แต่ว่า เขาต้องฝันเข้าไว้ แล้วค่อยทำฝันให้เกิดขึ้นจริง

เขาล้มเหลว หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้าเรียนทั้งมัธยม มหาวิทยาลัย แต่ละด่านไม่ง่าย แม้กระทั่งเมื่อเรียนจบแล้วออกหาสมัครงาน ก็ยังไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ด้วยความที่เป็นคนตัวเล็ก หน้าตาดูแปลกๆ

อย่างช่วงแรกของการสัมผัสกับธุรกิจอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับประเทศจีนในยุคนั้น แต่เขากล้าที่จะริเริ่ม โดยเขาเปิด บริษัทหางโจว ไห่ปั๋ว คอมพิวเตอร์ เซอร์วิส จำกัด และจดทะเบียนในชื่อเพจ “Chinapage” ในปี 1995 ตอนนั้นเขาอายุแค่ 30 ปีต้นๆ เอง

ผ่านไปได้ 2 ปีมาในปี 1997 ในจีนเริ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น จึงทำให้ Chinapage ของเขาต้องเจอคู่แข่งมากมาย และที่คล้ายกันกับของเขามากคือเว็บเพจ chinesepage.com ของไชน่าเทเลคอม

ด้วยทุนที่หนากว่า ทรัพยากรด้านคนที่ใหญ่กว่าเพราะเป็นฝั่งรัฐบาล สุดท้ายฟาดฟันกันไปมาแล้วเขาสู้ไม่ไหว จึงเปิดทางให้กลุ่ม ไชน่าเทเลคอม เข้ามาถือหุ้นใหญ่ 70% และด้วยสัดส่วนการถือหุ้นของเขาที่น้อยกว่า ทำให้ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ กำหนดทิศทางบริษัท สุดท้ายเขาจึงโบกมือลาขายหุ้นออกทั้งหมด

หลังโบกมือลาจากเมืองหางโจว ก็มุ่งสู่มหานครปักกิ่ง โดยเข้าทำงานในกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ศูนย์อีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ และร่วมกับทีมงานที่หอบหิ้วกันมาจาก Chinapage มาก่อตั้งเว็บไซต์กั๋วฟู่ทอง (cofortune.cn) เป็นตลาดออนไลน์แลกเปลี่ยนสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ SME และทำกำไรในปีแรกของการก่อตั้งเว็บไซต์

แต่ด้วยคำมั่นสัญญาบางประการที่กระทรวงฯ ให้ไว้กับเขา ไม่เป็นไปตามที่ตกลง แม้เขาจะสามารถรับราชการต่อที่นั่นได้ แต่เขาได้ตัดสินใจลาออก เพื่อเป้าหมายในการเป็นเจ้าของกิจการ โดยกลับไปเริ่มต้นใหม่และ “นับศูนย์” อีกครั้ง และนั่นคือ จุด เริ่มต้นของ “อาลีบาบา”

วันนี้อาณาจักรของ อาลีบาบา กรุ๊ป อีคอมเมิร์ซ รายใหญ่จากจีน มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท มันเกิดขึ้นได้จากการที่ แจ็ค หม่า ได้ “ลงทุน” ความล้มเหลวมามากมาย โดยเฉพาะในช่วงวัยที่ยังไม่มากนัก ทำให้เราสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ และผมมีความเชื่อที่ว่า หากเราค้นหาตัวเองเจอเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเป็นกำไรของชีวิตครับ เพราะเราจะได้เจ็บตั้งแต่ตอนที่อายุยังไม่มาก 

+++++++++++++++++++

**ศึกษาแนวคิดในการ วางแผนรวย ด้วยตัวเองต่อที่นี่

ที่มา: เยี่ยกวงเซิน. (2558). JACK MA อาลีบาบาเขย่าโลก. แปลโดย อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี. นนทบุรี: ปราณ.

About ปุ้ย-ธวัชชัย 75 Articles
ผมเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ผมบวชเรียนจนจบ ม.6 ได้เรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยต่อว่าโชคชะตา ค่อยๆ ทำธุรกิจเล็กๆ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง พอได้เงินมาก็วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จนมาถึงวันที่ครอบครัวของผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*