5 วิธีการออมเงินที่ดีที่สุด ด้วยเงินเริ่มต้นเพียงน้อยนิด เพียง 1000 บาท/เดือน

วิธีการออมเงินที่ดีที่สุด ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ มีเงื่อนไขว่า ผู้ออมยอมรับความเสี่ยงได้บ้าง เพราะมันจะเสี่ยงสูงกว่าการฝากเงินในธนาคาร และผู้ออมจะต้องออมแบบอัตโนมัติทุกเดือน ติดกันตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปนะครับ เพราะระยะเวลาการออมที่ยาวนานพอ บวกกับการออมอย่างสม่ำเสมอ จะเพิ่มโอกาสให้เงินต้นงอกเงย

5 วิธีการออมเงินที่ดีที่สุด

1. ออมทอง

หลายคนสะสม “ทองคำ” อาจจะเป็นสร้อย แหวน กำไล เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ และเป็นที่ยอมรับในสากล ทั่วโลกรู้จักทองคำ ทั่วโลกสะสมทองคำ เพราะจัดว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หายาก พูดง่ายๆ คือ มันมีน้อยกว่าความต้องการของคนบนโลกนี้ ราคามันจึงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าแนวโน้มในทางลง

จึงไม่แปลกที่ใครๆ ต่างหมายปอง เพราะด้วยจำนวนที่มีจำกัด ทำให้คนให้มูลค่ากับทองคำ ซึ่งการออมทองคำ เป็นวิธีการออมเงิน อีกรูปแบบหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หลายคนอาจจะคิดว่า จะต้องเริ่มต้นออมด้วยการใช้เงินจำนวนมาก และต้องหาเวลาเดินไปที่ร้านทองเพื่อซื้อทองมาเก็บออมไว้ แต่ปัจจุบันนี้ ออมไม่ยากเลยครับ

วิธีการง่ายๆ เราสามารถซื้อขั้นต่ำแบบออนไลน์ทีละ 1,000 บาท ก็เริ่มต้นสะสมทองคำไว้ได้แล้ว หากใครอยากเริ่มต้นแบบง่ายๆ แสนสะดวก ผมแนะนำให้ หยิบสมาร์ทโฟนขั้นมา แล้วเข้าดูวิธีการออมทองแบบง่ายๆ กับแอปพลิเคชัน LINE ดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ลิงก์นี้ครับ https://bit.ly/2Qu7vBv

2. ออมหุ้น

การออมหุ้นแบบสม่ำเสมอเท่ากันในทุกๆ เดือน หรือเรียกวิธีการออมแบบนี้ว่า DCA  และไม่ต้องกลัวลืมเพราะบัญชีธนาคารเราจะถูกหักอัตโนมัติรายเดือน เริ่มต้นขั้นต่ำแค่เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น น้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานก็เริ่มได้แบบไม่ยาก ไม่ต้องรอให้เงินเหลือมากๆ ค่อยออม แต่ใช้การสะสมแบบสม่ำเสมอทุกๆ เดือน ผลตอบแทนที่เราจะได้คือ เงินปันผล นั่นเองครับ

ปัจจุบันมีหลายโบรกเกอร์ที่ให้บริการ แต่ผมจะเลือกมาเฉพาะโบรกฯ ที่เปิดให้ลงทุนขั้นต่ำที่ 1,000 บาท นะครับ แต่คุณจะออมมากกว่านั้นก็ได้อันนี้แค่ขั้นต่ำ แต่ว่าค่าธรรมเนียมจะต่างกันครับ เช่น

  • บล.ฟิลลิป โดยทางบริษัทจะมีหุ้นให้เลือก 30 ตัวจากทางนักวิเคราะห์ และคิดค่าธรรมเนียมซื้อขาย 0.25%( https://bit.ly/2PpWQUV )
  • บล.เคทีบี มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 0.25% (https://bit.ly/2U4Yoq8)
  • บล. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ มีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 0.075% (https://bit.ly/2U6fqEc)

3. ออมกองทุนรวม

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักว่า กองทุนรวมคืออะไร? ผมอยากให้นึกภาพง่ายๆ ครับว่า สมมุติเราอยากจะเล่นหุ้นหลายๆ ตัวแต่ว่าเราไม่มีความรู้ แต่เรามีเงินและอาจจะไม่มาก แล้วทีนี้ในประเทศไทยมีคนที่เก่งตั้งมากมายเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้น และเขาก็มาบอกเราว่า ใครอยากลงทุนในหุ้นแต่ไม่กล้า และมีเงินลงทุนไม่มาก ให้แต่ละคนนำเงินมากองรวมๆ กัน เป็นกองทุน 1 กองทุนขึ้นมา เดี๋ยวเราซึ่งเป็นมืออาชีพจะบริหารจัดการลงทุนให้ แลกกับค่าธรรมเนียมเล็กน้อยนะ

คนที่เป็นมืออาชีพที่ผมว่านี้คือ “ผู้จัดการกองทุน” ซึ่งจะกระจายกันอยู่ตามบริษัทต่างๆ และบริษัทต่างๆ เหล่านั้นเราจะเรียกว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งในไทยจะมีหลาย บลจ. และ บลจ.เหล่านี้ก็เป็นลูกของธนาคารครับ เช่น บลจ.ธนชาต บลจ.กรุงไทย บลจ.กสิกรไทย และ บลจ.กรุงศรี เป็นต้น

วิธีการออมก็ง่ายๆ เหมือนกับ ออมหุ้น โดยสามารถทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอผ่านกองทุนรวม ด้วยการสมัครบริการตัดบัญชีอัตโนมัติ และเราเลือกได้ว่าจะให้เขาตัดเงินในบัญชีแบบรายเดือน รายสัปดาห์ หรือราย 3 เดือน เป็นต้นครับ ซึ่งเงินเริ่มต้นในการออมแค่ 500 บาทต่อเดือนก็มีครับ

4. ออมฝากประจำ

เรื่องนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะทุกคนคุ้นเคยกับการฝากเงินธนาคารอยู่แล้ว ซึ่งการฝากประจำจะได้ดอกเบี้ยมากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการฝากด้วย และแต่ละธนาคารก็ให้ดอกเบี้ยไม่เท่ากัน สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำมาก จากการออมเงิน และชื่นชอบการฝากประจำ สามารถเข้าไปดูอัตราดอกเบี้ย เปรียบเทียบของแต่ธนาคารแบบอัปเดตกันทุกวัน ได้ตามลิงก์นี้เลยครับ  https://bit.ly/1t8DOqB

5. ออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นสวัสดิการที่นายจ้างมีให้ลูกจ้าง เพื่อฝึกวินัยการออมอย่างต่อเนื่องของลูกจ้างโดยมีนายจ้างช่วยออมด้วย ซึ่งเงินที่เราออมนั้นจะถูกนำไปบริหารให้งอกเงยโดยมืออาชีพ เมื่อได้ดอกผลเท่าไหร่จะนำมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกกองทุนทุกคนตามสัดส่วน

แล้วจะออมกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนดีล่ะ อันดับแรกขอถามว่าบริษัทที่เราทำงานอยู่นั้น นายจ้างให้ออมสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนครับ?  หากใครยังไม่ทราบให้สอบถามจากฝ่ายบุคคลได้เลย เพราะแต่ละบริษัทจะมีนโยบายไม่เหมือนกัน แต่หากอยากมีเงินออมเยอะๆ อาจจะต้องใช้วิธีจัดเต็มไปเลย คือ ออมสูงสุดเต็มสิทธิ์ เพราะว่าเมื่อเราลาออกจากบริษัท ทางบริษัท (นายจ้างของเรา) จะสมทบให้เราอีกส่วนหนึ่งครับ นั่นจะทำให้เงินออมของเราในสมัยที่เราทำงานและถูกตัดออกไปออมทุกๆ เดือนนั้น มันเพียงพอที่จะเลี้ยงชีพเราได้จริงๆ

นอกจากนี้ เงินออมของเราจะงอกเงยและเติบโตมากๆ เราก็ควรเลือกนโยบายการลงทุนแบ่งลงใน “หุ้น” ในสัดส่วนที่มากหน่อย หากเทน้ำหนักลงในตราสารนี้เยอะไป ดอกผลก็จะน้อยตามความเสี่ยง หลักการง่ายๆ ก็คือ เสี่ยงมากผลตอบแทนก็มีโอกาสมาก เสี่ยงน้อยผลตอบแทนก็มีโอกาสน้อยครับ อย่าลืมว่า การออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นการออมในระยะยาวอยู่แล้ว ดังนั้น ระยะเวลาที่ยาวนานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ย่อมทำให้ความเสี่ยงโดยรวมจากการลงทุนในหุ้นนั้นน้อยลง

>>>> ออมเงินอย่างไรให้รวยเร็ว

+++++++++++++++++++

***หากสนใจอ่านแนวคิดเพื่อสร้างฐานะ ให้เกษียณรวยเร็วขึ้น
อ่าน Ebook ที่ >>>คิดได้วันนี้ อีก 10 ปีเกษียณรวย <<<