15 แนวคิดของ “อีลอน มัสก์” อัจฉริยะนักประดิษฐ์ Iron Man ในชีวิตจริง

แนวคิด อีลอน มัสก์ – เมื่อไม่นานมานี้ “อีลอน มัสก์” ได้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นสำหรับชาวไทย เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เป็นที่โด่งดังไปกันทั่วทั้งโลก กับเหตุการณ์ “13 หมูป่าอะคาเดมี่” ทีมฟุตบอลเยาวชน ได้เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเขาผู้นี้ นับว่าเป็น 1 ใน ฮีโร่ ที่เข้ามาช่วยเหลือด้วยสิ่งประดิษฐ์ “เรือดำน้ำจิ๋ว (Mini-Submarine)” ที่บินตรงจากอเมริกา เพื่อส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เขาเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับชาวไทยที่ยังไม่รู้จัก “อีลอน มัสก์” แต่สำหรับต่างชาตินั้น เขาเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เรามาดูกันดีกว่า ว่าเขาคือใคร และเขามีแนวคิดอย่างไร ทำไมถึงได้เป็นอัจฉริยะนักประดิษฐ์ ที่ทุกคนต่างเรียกว่า Iron Man ในชีวิตจริง

15 แนวคิดของ “อีลอน มัสก์” อัจฉริยะนักประดิษฐ์ ที่ผู้คนต่างเรียกเค้าว่า Iron Man ในชีวิตจริง

“อีลอน มัสก์” คือใครกันนะ มารู้จักเขากันเถอะ

อีลอน มัสก์ มีชื่อเต็มว่า Elon Reeve Musk เขาเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1971 ที่เมือง Pretoria ประเทศแอฟริกาใต้ เขาเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชาวอเมริกัน  เขาเป็นเจ้าพ่อนักคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่างๆ  ที่ชาวโลกยกย่องให้เขาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกอนาคต และเขาผู้นี้ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟรอบส์ว่า เป็นบุคคลที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 56 ของโลก เมื่อเดือนมิถุนายน 2018

และเขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ กับการเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท PayPal , บริษัท Space X และบริษัท Tesla Motors

และแน่นอนว่า กว่าที่ อีลอน มัสก์ จะประสบความสำเร็จ จนเป็นบุคคลที่รวยในระดับโลกได้นั้น เส้นทางต้องไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเป็นแน่  ซึ่งเขาเป็นบุคคลที่ถูกกลั่นแกล้งมากมายในวัยเด็ก แม้จะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยก็ตาม

สุดยอดเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของอีลอน มัสก์

          เทคโนโลยีอันโด่งดังของอีลอน มัสก์ ที่เปลี่ยนจากคำว่า เป็นไปไม่ได้ จนกลายเป็นไปได้ ที่สร้างมูลค่าได้มากมายมหาศาล

1. Tesla Motors

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หนึ่งในสินค้าที่โด่งดังที่สุด ซึ่งคิดค้นและพัฒนามาเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่เชื่อว่าจะสามารถพลิกวงการรถยนต์ได้ในอนาคต

2. Space X

จากแนวคิดที่ต้องการให้มนุษย์สามารถท่องอวกาศได้ด้วยจรวดของเขาโดยราคาที่ไม่แพง ซึ่งเขาสามารถส่งจรวดไปท่องอวกาศและสามารถนำกลับมาได้สำเร็จ ในปัจจุบัน Space X รับหน้าที่ขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ไปยังสถานีอวกาศนานาชาตินั่นเอง

3. PayPal

นับว่าเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับตัวกลางในการรับ-จ่ายเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยไม่ใช้เงินสด นับว่าเกิดขึ้นก่อนยุคสังคมไร้เงินสดที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ

4. Hyperloop

คือ ระบบการขนส่งผ่านท่อสุญญากาศ ช่วยให้ขับเคลื่อนได้เร็วเท่ากับความเร็วเสียง หรืออยู่ที่ 1,200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเส้นทางและเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

5. SolarCity

เขาได้มีแนวคิดที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สำหรับบ้าน และสำนักงาน เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงานจากถ่านหิน หรือน้ำมันไปผลิตกระแสไฟฟ้า และปัจจุบันได้เป็นบริษัทผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

6. มูลนิธิมัสก์

นอกจากนวัตกรรมของอีลอนแล้วนั้น เขายังก่อตั้งมูลนิธิที่ช่วยสนับสนุน ผลักดันไอเดียดีๆ แต่ขาดแคลนเงินทุนของบรรดาคนรุ่นใหม่ให้เป็นจริง โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานทดแทน การสำรวจอวกาศ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาโรคต่างๆ ในวัยเด็ก ทั้งยังสนับสนุนการศึกษาอีกด้วย

7. Web-based Phone Calls

          ระบบที่ซับซ้อนกว่า Skype เล็กน้อย ไอเดียที่ให้คอมพิวเตอร์สามารถโทรหากันได้นี้เกิดขึ้นในปี 2002 และเขาต้องการให้ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ผ่านเว็บไซต์ โดยผู้ใช้เพียงแค่กรอกเบอร์ลงไป จากนั้นกดปุ่มโทร ระบบจะต่อสายไปยังคอลเซนเตอร์ให้ทันที

8. Mahalo.com

Mahalo.com คือการรวมกันของ Quora, Wikipedia และ AskJeeves เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้คนตั้งคำถาม และหาคำตอบ แต่โชคไม่ดีที่เว็บไซต์ไปได้ไม่ไกลนัก เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นาน Google ก็พัฒนาระบบการค้นหาออกมา เว็บไซต์จึงเปลี่ยนแนวทางไปเป็น “how to” แทนนั่นเอง

9. Location-specific searches

ในยุคแรกที่เริ่มมีอินเทอร์เน็ต ในปี 1998  เขาเริ่มต้นไอเดียสร้างระบบที่มีเป้าหมายเพื่อป้อนข้อมูลอัตโนมัติแบบกว้างๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน จนกว่าผู้ใช้งานจะเจอข้อมูลที่เหมาะสม หรือที่ต้องการ ระบบดังกล่าวนี้ช่วยให้ทราบได้ว่าในละแวกบ้านของเรามีร้านตัดเสื้อใดบ้าง โดยไม่ต้องค้นหาไปทีละร้าน ซึ่งเป็นต้นแบบที่ Google ใช้ในปัจจุบัน

15 แนวคิดของ “อีลอน มัสก์” อัจฉริยะนักประดิษฐ์ ที่ผู้คนต่างเรียกเค้าว่า Iron Man ในชีวิตจริง

แนวคิด อีลอน มัสก์

มาดูกันว่า อีลอน มีแนวคิดอย่างไร ถึงได้เป็นที่ยกย่องให้เป็นอัจริยะนักคิดนักประดิษฐ์นวัตกรรมระดับโลกได้

1. มองการณ์ไกลนอกเหนือจากความฝันของตัวเอง

อีลอนเป็นคนที่มองการณ์ไกลและคิดว่า จะสร้างสิ่งที่คนอื่นคิดว่าทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ และด้วยการมองการณ์ไกลนั้น เขาสามารถสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยี และเขายังมีความคิดเผื่อแผ่ เพื่อเพื่อนมนุษย์อีกด้วย

2. คิดเสมอว่าต้องการอะไรในชีวิต

เขามักจะคิดเสมอว่าอะไรบ้างที่จะมีผลต่อมนุษย์ในอนาคตมากที่สุด ซึ่งได้แก่ อินเทอร์เน็ต พลังงานทดแทน การท่องอวกาศ และการอาศัยอยู่บนดาวอื่นๆ สมองกลอัจฉริยะ และการเขียนพันธุกรรมของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ และสิ่งที่เป็นไปได้และเกิดขึ้นแล้วนั่นก็คือ อินเทอร์เน็ตและพลังงานทดแทนนั่นเอง

3. มุ่งมั่นเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

แม้เขาจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย และปัจจุบันก็ได้เป็นมหาเศรษฐีแล้วก็ตาม เขายังคงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยไม่เลือกการเป็นอยู่อย่างสุขสบาย แต่เขาได้ก่อตั้งบริษัท Space X โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มนุษย์สามารถเดินทางไปยังอวกาศได้

4. สร้างพลังงานทดแทนก่อนที่น้ำจะท่วมโลก

หากโลกเราใช้พลังงานปิโตรเลียมต่อไปในอนาคต จะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 5 องศา และส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น อีลอนจึงให้ความสนใจในเรื่องของพลังงานทดแทน และคิดค้นการใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ จึงได้ก่อตั้งบริษัท Tesla เพื่อปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ ด้วยการให้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ทำให้โลกได้ใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ทั้งๆ ที่รู้ว่า ไม่เคยมีบริษัทไหนผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสำเร็จมาก่อน

5. ความสำเร็จสร้างขึ้นเองได้

เขามักจะบอกว่า “ความสำเร็จไม่มีวันได้มาง่ายๆ หากไม่ลงมือทำ” จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างบริษัทสตาร์ตอัพได้หลายแห่ง และประสบความสำเร็จทุกครั้ง จะมีสักกี่คนที่สามารถสร้างบริษัทจรวดที่องค์การ NASA สนใจร่วมธุรกิจด้วย และจะมีสักกี่คนพร้อมจะเป็นศัตรูกับบริษัทรถยนต์น้ำมัน รวมทั้งบริษัทปิโตเลียมทั้งโลก ด้วยการสร้างรถยนต์พลังไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ทั้งหมดที่ว่ามานั้นเกิดขึ้นเพราะความคิดของเขา และทุกอย่างก็สำเร็จได้ หากลงมือทำ

6. กล้าที่จะเสี่ยงเพราะหากสำเร็จแล้วมันต้องคุ้มค่า

อีลอนมักจะเป็นบุคคลที่มีมุมมองความคิดกว้างไกลกว่าคนปกติทั่วไป และกล้าที่จะกำหนดเป้าหมายที่คาดว่าจะสำเร็จในอนาคต แม้ว่าหลายๆคนจะมองว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้ แต่เขาก็กล้าที่จะเสี่ยงในสิ่งที่เขาคิดว่า หากมันสำเร็จแล้วต้องคุ้มค่า

ในวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มทำงาน ซึ่งอาจจะยังไม่มีภาระมากมาย ควรมีความกล้าที่จะฝันและเสี่ยงทำตามความฝันของตัวเอง ซึ่งเคล็ดลับในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเขาก็คือ ความกระตือรือร้นนั่นเอง

7. ต้องไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

เพราะเขามีความมุ่งมั่นต่อแนวคิดและโครงการที่จะทำทุกครั้ง ทำให้เขาไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ แม้ในอดีตที่ผ่านมา การทดสอบจรวดไปสู่อวกาศของเขาต้องล้มเหลวหลายครั้ง ซึ่งมันคือการสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล แต่เขาไม่ยอมแพ้และยังคงทำสิ่งที่ผิดพลาดให้กลับมาสำเร็จอีกครั้ง

8. ต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ

เขามักจะบอกทุกคนว่า ไม่ว่าจะมีกี่โครงการมันก็คือ สิ่งที่เขาคิดขึ้นมาเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลก ที่สำคัญคือ จะต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำเพราะหากไม่รักก็คงจะไม่มีความสุขและไม่มีใจที่อยากจะทำ แต่ถ้ารักในสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องคอยคิดถึงสิ่งนั้นอยู่ตลอดเวลา และต้องไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ ให้คิดว่าเหมือนกับเป็นงานอดิเรกที่ทำเท่าไรก็ไม่มีทางเบื่อ

เขาเปรียบว่า “นักกีฬาที่เขาประสบความสำเร็จนั่นแสดงว่าพวกเขาต้องชอบและรักกีฬาชนิดนั้นๆ และคงไม่เบื่อที่จะฝึกซ้อมทุกวัน เพราะมีความอยากเก่งขึ้นเรื่อยๆ” เขาเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน

9. คัดเลือกคนเก่งๆ มาร่วมงาน

เขาให้ความสำคัญกับการทำงานทุกโครงการอย่างมาก และมักจะเลือกสรรคัดหาคนเก่งๆ มาทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงการทำงานเป็นทีม และการดูแลรักษาบุคลากร ฯลฯ เพราะจะสะท้อนให้เห็นแนวคิดในการให้ความสำคัญกับการบริหารคนในองค์กร

10. ต้องมั่นใจว่าสินค้าหรือบริการดีที่สุด

เขาบอกว่า ไม่ว่าจะขายอะไร ต้องให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการของตัวเองดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับของคนอื่น ซึ่งจะทำให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ที่จะทำให้งานทุกอย่างออกมาดีที่สุดและพร้อมที่สุด

11. ต้องทำงานหนักและคิดเยอะๆ ตลอดเวลา

เขาบอกว่า “คุณไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาเอกในการจะเริ่มเป็นผู้ริเริ่ม” ซึ่งเขาและพี่ชายต้องทำงานหนักมากๆ ชนิดที่ว่า Work Super Hard เพราะสมัยที่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ พวกเขาทำงานหนักมากตลอดเวลาที่ลืมตา ถ้าพักก็คือ เวลานอนเท่านั้น ซึ่งเคล็ดลับในการทำงานของเขาให้ประสบความสำเร็จคือการทำงานเยอะๆ

12. ความล้มเหลวเป็นเหมือนตัวเลือก

เขาบอกว่า “ความล้มเหลวถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก หากคุณยังไม่เคยพลาด นั่นอาจแปลว่าคุณยังไม่เคยที่จะริเริ่มสร้างสิ่งใหม่ๆ” ทำให้เขาสามารถหาสิ่งใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ มาต่อยอดให้สำเร็จ ผู้คนนับไม่ถ้วนรวมถึงผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกกับเขาว่า ไอเดียของเขาเป็นเรื่องไร้สาระ และไม่มีทางสำเร็จแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจและยังคงทำสิ่งต่างๆ ในแบบที่เขาต้องการ

13. ต้องมีความกล้า บ้าบิ่นที่จะเสี่ยง

ต้องสามารถที่จะคิดในการออกแบบระบบ พร้อมที่จะดึงเอาการออกแบบของเทคโนโลยีและธุรกิจ เข้ามาในองค์รวมเดียวกัน เพื่อผสมผสานมันในรูปแบบ ซึ่งน้อยคนจะสามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือ การรู้สึกโคตรมั่นใจ ต้องมีความกล้าบ้าบิ่นที่จะเสี่ยง เพราะมันเหมือนการเดิมพันชะตาชีวิตไว้กับงานทุกอย่างที่เสี่ยง แม้อาจจะต้องทำแบบนั้นหลายครั้งก็ตาม

14. คิดตลอดจะต้องทำอย่างไรจึงจะค้นพบสิ่งใหม่

เขาบอกว่า การมีกรอบสำหรับแนวคิดเป็นสิ่งที่มีปัญหาต่างๆ จะต้องลงถึงจุดที่เป็นแก่นความจริง และใช้เหตุผลก่อนที่จะเกิดปัญหา การลอกเลียนแบบในสิ่งที่คนอื่นๆ ซึ่งอาจมีความแตกต่างไปเล็กน้อย สมองอาจจะไม่ได้ทำงานหนักจนเกินไป แต่เมื่อคุณต้องการทำอะไรใหม่ๆ คุณจะเข้าใจจริงๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงจะทำให้เกิดการค้นพบ ซึ่งมันคือสิ่งสำคัญที่จะต้องทำ

15. ทุกวินาทีมีค่าเสมอ

อีลอนเองก็ถือว่า เป็นหนอนหนังสือตัวยง เขาอ่านหนังสือมากพอๆ กับที่คนอื่นๆ ที่ชอบดูทีวี ในหนึ่งวันทุกคน ต่างก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ซึ่งคุณไม่สามารถขอเวลาเพิ่มได้แม้แต่วินาทีเดียว แม้จะรู้อย่างนั้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระและใช้ชีวิตให้เวลามันผ่านเลยไปวันๆ แต่ตัวเขาต้องการใช้เวลาทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์เพื่อคิดค้นสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

และด้วย แนวคิดของอีลอน มัสก์ จากทั้ง 15 ข้อที่กล่าวมานั้น ทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ที่เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ และสามารถช่วยเหลือผู้คนมากมาย ไม่แน่ว่าอนาคตของเรา อาจจะต้องพึ่งพาสิ่งประดิษฐ์ของเขาก็เป็นได้

เรามาใช้ทุกเวลาของเราให้มีค่ากันนะครับ ทุกอย่างสามารถเริ่มได้จากตัวเราเอง ไม่มีใครที่ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน และไม่มีใคร ที่จะสามารถทำอะไรแล้วประสบผลสำเร็จได้เลยในครั้งแรก จงจำไว้เสมอว่า “คนที่ไม่เคยล้มเหลว คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย”  เรียนรู้ทุกความผิดพลาด เพื่อที่จะก้าวต่อไปในวันข้างหน้า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ